ReadyPlanet.com
dot dot
dot
หน่วยงานศุลกากรในส่วนกลาง
dot
bulletกรมศุลกากร (ต้นสังกัด)
dot
ศุลกากรภาคที่ 1
dot
bulletสำนักงานศุลกากรภาคที่ 1
bulletด่านศุลกากรจันทบุรี
bulletด่านศุลกากรอรัญประเทศ
bulletด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์
bulletด่านศุลกากรมาบตาพุด
bulletด่านศุลกากรฉะเชิงเทรา
dot
ศุลกากรภาคที่ 2
dot
bulletสำนักงานศุลกากรภาคที่ 2
bulletด่านศุลกากรมุกดาหาร
bulletด่านศุลกากรบึงกาฬ
bulletด่านศุลกากรช่องเม็ก
dot
ศุลกากรภาคที่ 3
dot
bulletสำนักงานศุลกากรภาคที่ 3
bulletด่านศุลกากรแม่สาย
bulletด่านศุลกากรท่าอากาศยานเชียงใหม่
bulletด่านศุลกากรลำพูน
bulletด่านศุลกากรแม่สอด
bulletด่านศุลกากรเชียงแสน
bulletด่านศุลกากรเชียงของ
bulletด่านศุลกากรแม่สะเรียง
dot
ศุลกากรภาคที่ 4
dot
bulletสำนักงานศุลกากรภาคที่ 4
bulletด่านศุลกากรสงขลา
bulletด่านศุลกากรปาดังเบซาร์
bulletด่านศุลกากรสุไหงโก-ลก
bulletด่านศุลกากรเบตง
bulletด่านศุลกากรภูเก็ต
bulletด่านศุลกากรกระบี่
bulletด่านศุลกากรสะเดา
dot
การดำเนินงานและพิธีการศุลกากร
dot
bulletพิธีการส่งออก
bulletพิธีการนำเข้า
bulletระบบการผ่านพิธีการ EDI
bulletพิธีการนำเข้ายานพาหนะส่วนบุคคล
bulletพิธีการนำเข้าของเอกสิทธิ์
bulletพิธีการ A.T.A. CARNET
bulletใบสุทธินำกลับ
bulletการชำระภาษีอากร
bulletการทำบัตร SMART CARD
bulletพิธีการศุลกากรไร้เอกสาร
bulletพิธีการนำเข้าของใช้ในบ้านเรือน
bulletพิกัดศุลกากร
bulletระบบราคาแกตต์
bulletกฎหมายสรรพากร
bulletความรู้เบื้องต้นในการประกอบธุรกิจส่งออก
dot
เกาะติดข่าว
dot
bulletผู้จัดการออนไลน์
bulletไทยโพสต์
bulletไทยรัฐ
bulletเนชั่น
bulletมติชน
bulletไทยแลนด์เดลี่
bulletคมชัดลึก
bulletเดลินิวส์
bulletฐานเศรษฐกิจ
bulletกรุงเทพธุรกิจ
bulletเนชั่นสุดสัปดาห์
bulletบางกอกโพสต์
bulletประชาชาติธุรกิจ
bulletข่าวสุขภาพ
bulletสยามสปอร์ต
bulletอ.ส.ม.ท.
bulletthailandsportonline
bulletplanetfootball.com
bulletดูทีวีผ่านเน็ตทั่วโลก
dot
ลิงค์นี้ จำเป็น..
dot


กรมศุลกากร (ต้นสังกัด)
ฐานข้อมูลหน่วยงานของรัฐ
ศูนย์กลางบริการภาครัฐ
ค้นหาด้วย Google


พิธีการนำเข้าของเอกสิทธิ์
ของที่ได้รับเอกสิทธิ์ หมายถึง ของที่ได้รับเอกสิทธิ์ตามข้อผูกพันที่ประเทศไทยมีอยู่ต่อองค์การสหประชาชาติหรือตามกฎหมายระหว่างประเทศ หรือตามสัญญากับนานาประเทศ หรือทางการทูต ซึ่งได้ปฏิบัติต่อกันโดยอัธยาศัยไมตรีซึ่งการนำเข้าของเหล่านี้จะได้รับการยกเว้นอากร

     ของที่ได้รับบริจาค หมายถึง
            ของที่นำเข้ามาหรือส่งออกไปเพื่อแจกให้เปล่าเป็นการสาธารณกุศลแก่ประชาชน โดยผ่านส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดินหรือองค์การสาธารณกุศล
            ของที่นำเข้ามาเพื่อบริจาคเป็นสาธารณประโยชน์แก่ส่วนราชการ ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดินหรือองค์การสาธารณกุศล

1. หลักเกณฑ์การยกเว้นอากรของที่ได้รับเอกสิทธิ์ที่นำเข้ามาตามข้อผูกพันที่ประเทศไทยมีต่อนานาประเทศ มีดังนี้
 

  (1)    ตามข้อผูกพันกับองค์การสหประชาชาติและทางการทูต การนำของเข้าของหน่วยงานสังกัดองค์การสหประชาชาติและสถานทูตชาติต่าง ๆ จะอยู่ในความควบคุมดูแลของกระทรวงต่างประเทศ กรมพิธีการทูต ซึ่งจะเป็นผู้พิจารณาทั้งชนิดของของและปริมาณนำเข้าที่จะได้รับยกเว้นอากร ตลอดจนควบคุมดูแลการนำของเข้าโดยได้รับยกเว้นอากรของเจ้าพนักงานของหน่วยงานที่สังกัดองค์การสหประชาชาติและข้าราชการสถานทูต ซึ่งจะได้รับสิทธิยกเว้นอากรในการนำเข้าของใช้ส่วนตัว ของใช้ในบ้านเรือน และรถยนต์คนละหนึ่งคัน

(2)    ตามสัญญาข้อตกลงความช่วยเหลือที่นานาประเทศให้แก่ประเทศไทย สัญญาดังกล่าวกำหนดให้รัฐบาลไทยยกเว้นอากรแก่ของที่นำเข้ามาใช้ในโครงการความช่วยเหลือตลอดจนให้ยกเว้นอากรแก่ของใช้ส่วนตัว ของใช้ในบ้านเรือนของผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยตามโครงการความช่วยเหลือ และรถยนต์ของผู้เชี่ยวชาญคนละ 1 คัน ทั้งนี้ ของเหล่านั้นจะต้องนำเข้ามาก่อนที่ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาไม่เกิน 1 เดือน หรือไม่เกิน 6 เดือนนับแต่ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาถึงประเทศไทยเป็นครั้งแรก โดยสัญญาข้อตกลงความช่วยเหลือที่นานาประเทศให้แก่ประเทศไทยมีดังต่อไปนี้

          (2.1)    สัญญาข้อตกลงความช่วยเหลือที่ผ่านกรมวิเทศสหการ ไม่ว่าโครงการความช่วยเหลือนั้นจะอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบและดำเนินการของกรมใดก็ตาม กรมวิเทศสหการจะควบคุมและดูแล การนำของเข้าและปฏิบัติพิธีการศุลกากร

          (2.2)    สัญญาข้อตกลงที่ไม่ผ่านกรมวิเทศสหการ เป็นสัญญาความตกลงที่หน่วยราชการอื่น ๆ ทำกับนานาประเทศ โดยในสัญญากำหนดให้ยกเว้นอากรดังเช่นที่กล่าวในข้อ (2) และสัญญาความตกลงนั้นจะต้องผ่านคณะรัฐมนตรีเห็นชอบด้วย การพิจารณายกเว้นอากรของที่นำเข้าตามสัญญาความตกลงนี้ กรมศุลกากรจะเป็นผู้พิจารณาอนุมัติ

          (2.3)     ข้อตกลงที่ประเทศไทยมีต่อยูเนสโกตามความตกลงฟลอเรนส์ ซึ่งเป็นการตกลงให้ยกเว้นอากรในการนำเข้าวัสดุเพื่อการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมที่นำเข้าโดยสถาบันการศึกษาและส่วนราชการ การนำของเข้าตามความตกลงฟลอเรนส์จะผ่านการพิจารณาของ คณะกรรมการพิจารณายกเว้นอากรนำเข้าวัสดุการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรม ที่แต่งตั้งโดยคณะรัฐมนตรี ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ศุลกากรเข้าร่วมเป็นกรรมการ โดยใช้ความตกลงการนำเข้าฟลอเรนส์และกฎหมายศุลกากรเป็นหลักใหญ่ในการพิจารณา เมื่อผลการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณายกเว้นอากรฯเป็นประการใด คณะกรรมการฯ จะแจ้งมติผลการพิจารณานั้น ๆ มาให้กรมศุลกากรและหน่วยงานผู้ขอยกเว้นอากรขาเข้าทราบและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป สำหรับสิ่งของต่าง ๆ ที่อยู่ในขอบข่ายของความตกลงฟลอเรนส์ ซึ่งหน่วยงานและส่วนราชการพึงจะขอยกเว้นอากรนำเข้าได้นั้น ได้แก่ สิ่งของตามภาคผนวกของความตกลงการนำเข้าฟลอเรนส์ ดังต่อไปนี้

                      ภาคผนวก ก. หนังสือ สิ่งพิมพ์ และเอกสาร
                      ภาคผนวก ข. ศิลปวัตถุ และสิ่งที่นักสะสมรวบรวมไว้ ซึ่งเกี่ยวกับการศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรม
                      ภาคผนวก ค. โสตทัศนวัสดุทางการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรม
                      ภาคผนวก ง. เครื่องมือเครื่องใช้วิทยาศาสตร์
                      ภาคผนวก จ. สิ่งของสำหรับคนตาบอด

(3)    ตามพระราชบัญญัติต่าง ๆ ที่บัญญัติให้ยกเว้นอากรนำเข้าแก่ของที่นำเข้ามาใช้ในโครงการต่าง ๆ เช่น พระราชบัญญัติคุ้มครองการดำเนินงานของศูนย์พัฒนาการประมงแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พ.ศ. 2514 ซึ่งบัญญัติตามความในมาตรา 5 ให้ยกเว้นอากรขาเข้าและภาษีการค้าสำหรับเรือ ยานยนต์ วัสดุ และอุปกรณ์ที่ศูนย์พัฒนาการประมงแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งนี้เฉพาะเมื่อศูนย์พัฒนาการประมงแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้รับความเห็นชอบในการเข้ามาในราชอาณาจักรจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้ว เป็นต้น

(4)    การยกเว้นอากรของที่นำเข้าที่ได้รับเอกสิทธิ์นี้ เป็นการยกเว้นให้แก่ผู้มีเอกสิทธิ์เป็นการเฉพาะตัวบุคคลหรือเฉพาะองค์กรเท่านั้น หากผู้ที่มีสิทธิได้รับการยกเว้นอากรโอนของที่ได้รับการยกเว้นอากรไปให้กับผู้ที่ไม่มีสิทธิหรือนำไปใช้ในโครงการอื่นที่ไม่ได้รับสิทธิยกเว้นอากร ของนั้นจะสิ้นสิทธิในการยกเว้นอากรทันที โดยต้องปฏิบัติ ดังนี้

          (4.1)    ของที่โอนให้กับผู้ที่ไม่มีเอกสิทธิ์หรือนำไปใช้ในการอื่น ของนั้นจะต้องชำระอากรในกรณีที่ได้รับยกเว้นอากร และชำระอากรเพิ่มในกรณีที่ได้รับลดหย่อนอากร

          (4.2)    ผู้นำเข้าคือผู้รับผิดชอบในการชำระภาษี และจะต้องแจ้งขอชำระอากรต่อกรมศุลกากรภายใน 30 วัน นับแต่วันที่โอนไปหรือนำไปใช้ประโยชน์ในการอื่น

          (4.3)    ต้องชำระอากรให้กรมศุลกากรภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจำนวนเงินอากรที่ต้องชำระหรือชำระเพิ่ม

          (4.4)    การประเมินอากรที่ต้องชำระหรือชำระเพิ่มให้ประเมินตามสภาพ ราคา และอัตราอากรที่เป็นอยู่ในวันที่โอนหรือนำไปใช้ในการอื่น

          (4.5)    บทบัญญัติตามมาตรานี้ไม่ให้บังคับใช้กับการนำเข้าโดยหน่วยราชการหรือรัฐวิสาหกิจที่จำหน่ายแล้วส่งรายรับนั้นให้แก่รัฐโดยไม่หักรายจ่าย

          (4.6)    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีมีอำนาจออกประกาศกำหนดให้ของบางประเภทที่นำเข้าโดยได้รับยกเว้นอากรหลุดพ้นจากภาระภาษี ทั้งนี้จะกำหนดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขใด ๆ ไว้ด้วยก็ได้ โดยให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

(5)    ของที่ได้รับการยกเว้นจากบทบังคับตามข้อ (4)

          (5.1)    เสบียง ยารักษาโรค ของใช้สิ้นเปลือง และของใช้ส่วนตัว ซึ่งบุคคลที่มีสิทธิได้รับยกเว้นหรือลดหย่อนอากรนำเข้ามาเพื่อใช้เอง บรรดาที่มีเหลืออยู่ในวันที่สิทธิได้รับยกเว้นหรือลดหย่อนอากรสิ้นสุด

          (5.2)    ของใช้ในบ้านเรือนที่นำเข้ามาเกินสองปีซึ่งบุคคลที่มีสิทธิได้รับยกเว้นหรือลดหย่อนอากรนำเข้ามาเพื่อใช้เอง

          (5.3)    ของที่พิสูจน์ให้เป็นที่พอใจอธิบดีกรมศุกลกากรว่าชำรุดหรือเสียหายจนไม่อาจจะซ่อมเพื่อใช้การต่อไปอีกได้

          (5.4)    ของอื่น ๆ ที่ผู้มีสิทธิได้รับยกเว้นหรือลดหย่อนอากรได้นำเข้ามาในราชอาณาจักรเกินห้าปี
การยกเว้นจากบทบังคับตามข้อ (4) ไม่รวมถึงรถยนต์และยานพาหนะอย่างอื่นที่ใช้เครื่องยนต์ เว้นแต่กรณีในข้อ (6)

(6)    รถยนต์ที่ได้รับเอกสิทธิ์ทางการทูต องค์การระหว่างประเทศหรือเอกสิทธิ์ภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ จะได้รับยกเว้นจากบทบังคับตามตามข้อ (4) ในกรณีดังต่อไปนี้

          (6.1)    รถยนต์ซึ่งบุคคลที่มีเอกสิทธิ์ทางการทูตองค์การระหว่างประเทศหรือเอกสิทธิ์ภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ นำเข้ามาหรือสั่งเข้ามาก่อน 5 เมษายน 2528 นับแต่วันนำเข้าเกินกว่า 5 ปี

          (6.2)    รถยนต์ซึ่งบุคคลที่มีเอกสิทธิ์ทางการทูต องค์การระหว่างประเทศหรือเอกสิทธิ์ภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการนำเข้ามา และภายหลังขายให้กับกรมศุลกากร ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมศุลกากรกำหนด ด้วยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

          (6.3)    รถยนต์บางประเภทที่มีลักษณะตามที่กรมศุลกากรกำหนดไว้ (ตามประกาศกระทรวงการคลังที่ ศก.5/2532 และศก.13/2533) ที่นำเข้ามาใช้ภายใต้โครงการความช่วยเหลือระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลต่างประเทศหรือกับองค์การระหว่างประเทศ และภายหลังสิ้นสุดโครงการได้โอนไปให้กับส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน

(7)    ท่อส่งก๊าซธรรมชาติและอุปกรณ์ที่บริษัทท่อส่งก๊าซธรรมชาติไทย จำกัด นำเข้ามาโดยได้รับยกเว้นอากรขาเข้าและภาษีการค้า ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 ซึ่งได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนให้โอนไปให้บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัดและได้โอนต่อไปให้การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยในลักษณะให้เปล่า ได้รับยกเว้นจากบทบังคับตามข้อ (4)


2. หลักเกณฑ์การยกเว้นอากรของที่ได้บริจาค มีดังนี้

  (1)    ผู้นำเข้าที่มีสิทธิได้รับยกเว้นอากร คือ

          (1.1) ส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดินตั้งแต่ระดับกรมขึ้นไป

          (1.2) องค์การสาธารณกุศลตามประกาศกระทรวงการคลัง

(2)    ของนำเข้ามาหรือส่งออกไปเพื่อแจกให้เปล่าเป็นการสาธารณกุศลแก่ประชาชน โดยผ่านส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดินหรือองค์การสาธารณกุศล ที่อยู่ในข่ายได้รับยกเว้นอากร ได้แก่

          (2.1) ของที่สถาบันหรือมูลนิธิในต่างประเทศส่งเข้ามา โดยผ่านส่วนราชการหรือองค์การสาธารณกุศลในประเทศ เพื่อแจกให้เปล่าเป็นสาธารณกุศลแก่ประชาชนต้องเป็นของที่จำเป็นต้องใช้ในการดำรงชีพตามปกติวิสัย เช่น อาหาร เสื้อผ้า ผ้าห่มกันหนาว เป็นต้น

          (2.2) มีผู้บริจาคเงินให้แก่ส่วนราชการหรือองค์การสาธารณกุศลภายในประเทศ เพื่อซื้อของเข้ามาแจกให้เปล่าเป็นสาธารณกุศลแก่ประชาชน ทั้งนี้โดยถือว่ามีผู้บริจาคให้แก่ส่วนราชการและองค์การสาธารณกุศล เพื่อนำไปแจกแก่ประชาชน อย่างไรก็ตาม ของที่ส่วนราชการหรือองค์การสาธารณกุศลนั้นเองเป็นผู้จ่ายเงินซื้อมา เพื่อแจกให้เปล่าเป็นสาธารณกุศลแก่ประชาชน จะไม่ไดัรับการยกเว้นอากร เพราะกรณีนี้ถือว่าไม่มีการบริจาค

(3)    ของที่นำเข้ามาเพื่อบริจาคเป็นสาธารณประโยชน์แก่ส่วนราชการ ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดินหรือองค์การสาธารณกุศล ที่จะเข้าข่ายได้รับยกเว้นอากร ได้แก่

          (3.1) ของซึ่งนำเข้ามาโดยตรงเพื่อบริจาคให้แก่ส่วนราชการหรือองค์การสาธาณกุศล

          (3.2) บริจาคให้เป็นเงินโดยระบุว่า เพื่อซื้อของอย่างใดอย่างหนึ่งที่แน่นอนเข้ามาในประเทศและมีหลักฐานมอบให้ส่วนราชการ หรือองค์การสาธารณกุศลนั้นเป็นผู้นำเข้าเอง แต่ทั้งนี้ต้องปฏิบัติตามระเบียบที่กรมศุลกากรกำหนด และให้รวมถึงการสั่งซื้อเครื่องมือในทางการแพทย์และวัสดุอุปกรณ์ในการก่อสร้างประเภทที่ไม่มีการผลิตภายในประเทศด้วย

        สำหรับ ของที่ไม่อยู่ในข่ายได้รับยกเว้นอากร ได้แก่ ยานพาหนะประเภทต่าง ๆ ยกเว้น รถแทรกเตอร์ รถยนต์โดยสารสาธาณะที่ออกแบบสำหรับขนส่งผู้โดยสารตั้งแต่สิบคนขึ้นไปรวมทั้งคนขับ (รถตู้) รถบรรทุกคนไข้ที่ใช้สำหรับส่วนราชการ โรงพยาบาลหรือองค์การสาธารณกุศล ซึ่งพิสูจน์ให้เป็นที่พอใจของอธิบดีกรมศุลกากรและจำนวนพอสมควรแก่กิจการนั้น ๆ รถดั๊มพ์ หรือรถดับเพลิง เป็นต้น

3.  เอกสารที่ควรจัดเตรียมในการนำเข้าของเอกสิทธิ์หรือของที่ได้รับบริจาค

  (1)     เอกสารทั่วไปที่ใช้ในการผ่านพิธีการ
          ใบขนสินค้าขาเข้า
          บัญชีราคาสินค้า (Invoice)
          ใบตราส่งสินค้า (Bill of Lading or Air Waybill)
          ใบสั่งปล่อย (Delivery Order)

(2)     เอกสารที่ใช้เพิ่มเติมกรณีขอยกเว้นอากรของเอกสิทธิ์
          หนังสือขอยกเว้นอากรของกระทรวงการต่างประเทศพร้อมแบบฟอร์ม D.P.I. (ENTRY FORM FOR DIPLOMATIC CLEARANCE OF GOODS IMPORTED BY DIPLOMATIC MISSIONS INTERNATIONAL ORGANIZTIONS) ที่ออกให้โดยกระทรวงการต่างประเทศ (กรณีของที่ได้รับเอกสิทธิ์ทางการทูต และข้อผูกพันกับองค์การสหประชาชาติ)
          สัญญาความตกลงช่วยเหลือระหว่างประเทศไทยกับประเทศอื่น ๆ ฉบับสมบูรณ์ (กรณีของที่นำเข้าตามโครงการความช่วยเหลือที่ไม่ผ่านกรมวิเทศสหการ)
          หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีรับรองว่าสัญญาความตกลงช่วยหลือ (กรณีของที่นำเข้าตามโครงการความช่วยเหลือที่ไม่ผ่านกรมวิเทศสหการ)
          ผลการพิจารณาให้ยกเว้นอากร (กรณีของที่นำเข้าตามโครงการความช่วยเหลือที่ไม่ผ่านกรมวิเทศสหการ)

(3)     เอกสารที่ใช้เพิ่มเติมกรณีขอยกเว้นอากรของบริจาค
          หนังสือขอยกเว้นอากรของส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดินตั้งแต่ระดับกรมขึ้นไปหรือองค์การสาธารณกุศลผู้ได้รับบริจาค โดยหนังสือขอยกเว้นอากรจะต้องแจ้งชนิดของ จำนวนของที่ได้รับบริจาคและชื่อผู้บริจาค รวมถึงให้ระบุหนังสือขอยกเว้นอากรด้วยว่า การบริจาคมีเงื่อนไขหรือข้อผูกพันหรือไม่อย่างไร
          เอกสารที่ต้องแนบไปพร้อมกับหนังสือขอยกเว้นอากร ได้แก่
                  (ก) เอกสารแสดงความจำนงบริจาคของผู้บริจาคเป็นลายลักษณ์อักษรซึ่งผู้บริจาคได้แสดงความจำนงไว้ก่อนวันที่นำของเข้ามาในราชอาณาจักร
                  (ข) กรณีรับบริจาคเป็นเงินเพื่อจะซื้อของอย่างใดอย่างหนึ่งตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค ให้ส่งหลักฐานการรับเงินบริจาค เช่น สำเนาใบเสร็จรับเงิน
                  (ค) เอกสารแสดงรายการของและราคาของที่บริจาค เช่น บัญชีราคาสินค้าและใบเสนอราคา สัญญาซื้อขายในกรณีซื้อขายผ่านตัวแทนจำหน่ายในประเทศ

        โดยเอกสารเหล่านี้ต้องมีผู้ลงนามรับรองพร้อมทั้งระบุชื่อ นามสกุล และตำแหน่งของผู้ลงนามรับรองทุกหน้า พร้อมทั้งระบุชื่อเอกสาร หมายเลขเอกสารและจำนวนฉบับ ไว้ในหนังสือขอยกเว้นอากรด้วย

(4)     เอกสารอื่น ๆ (ถ้ามี) เช่น หนังสือมอบอำนาจ


4.  ขั้นตอนการปฏิบัติพิธีการศุลกากรสำหรับการนำเข้าของเอกสิทธิ์หรือของที่ได้รับบริจาค

  (1)     ผู้นำเข้ายื่นใบขนสินค้าขาเข้าที่กรอกข้อความเรียบร้อยแล้วที่ฝ่ายเอกสิทธิ์และส่งเสริมการลงทุน ส่วนการนำเข้าสำนักงานศุลกากรนำเข้าท่าเรือกรุงเทพ หรือ สำนักงาน/ด่านศุลกากรที่นำของเข้าพร้อมเอกสารประกอบ

(2)     กรมศุลกากรทำการตรวจสอบเอกสารเสนอขอยกเว้นอากร ตรวจสอบการคำนวณราคาของ หากถูกต้องจะออกเลขที่ยกเว้นอากรและสั่งการตรวจ หลังจากนั้นจะมอบเอกสารทั้งหมดคืนให้ผู้นำเข้า

(3)     ผู้นำเข้านำเอกสารไปแสดงที่ส่วนตรวจสินค้าเพื่อขอรับของออกจากอารักขาศุลกากร

(4)     สำหรับของที่นำเข้าตามความตกลงฟลอเรนส์ที่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการพิจารณายกเว้นอากรนำเข้าวัสดุเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมผู้นำเข้าต้องยื่นเรื่องขอยกเว้นอากรก่อนที่จะนำของเข้ามาในประเทศที่สำนักงานเลขาธิการคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษาวิทยาศาสตร์แห่งสหประชาชาติ กระทรวงศึกษาธิการ เมื่อได้รับอนุมัติให้ยกเว้นอากรแล้วกรมศุลกากรจะส่งหนังสือขอยกเว้นอากรของคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษาวิทยาศาสตร์แห่งสหประชาชาติ ไปยังหน่วยงานพิธีการและประเมินอากรของด่านศุลกากรที่นำของเข้า เพื่อปฏิบัติพิธีการยกเว้นอากรศุลกากรให้แก่ผู้นำของเข้าต่อไป

(5)     สำหรับของบริจาค หากองค์การสาธารณกุศลเป็นผู้ได้รับบริจาคและได้รับบริจาคเป็นเงินเพื่อซื้อของอย่างใดอย่างหนึ่งตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค ถ้าเป็นของที่มีมูลค่าเกินกว่าห้าหมื่นบาทขึ้นไป ให้องค์การสาธารณะกุศลนั้นยื่นคำขอยกเว้นอากรก่อนที่จะดำเนินการสั่งซื้อสิ่งของจากต่างประเทศ พร้อมทั้งระบุวันเดือนปีที่คาดว่าของจะมาถึงด้วย

5.  ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

       ชาวไทยและชาวต่างประเทศที่มีความประสงค์จะทราบรายละเอียดการนำเข้าของที่ได้รับเอกสิทธิ์หรือของที่ได้รับบริจาคเข้ามาในประเทศไทย สามารถติดต่องานพิธีการ ฝ่ายเอกสิทธิ์และส่งเสริมการลงทุน ส่วนการนำเข้า สำนักงานศุลกากรนำเข้าท่าเรือกรุงเทพ หรือ ฝ่ายเอกสิทธิ์และส่งเสริมการลงทุน ส่วนการนำเข้า สำนักงานศุลกากรท่าอากาศยานกรุงเทพ หรือสำนักงาน/ด่านศุลกากรที่นำเข้าในวันและเวลาราชการ






Copyright © 2010 All Rights Reserved.