ReadyPlanet.com
dot dot
dot
หน่วยงานศุลกากรในส่วนกลาง
dot
bulletกรมศุลกากร (ต้นสังกัด)
dot
ศุลกากรภาคที่ 1
dot
bulletสำนักงานศุลกากรภาคที่ 1
bulletด่านศุลกากรจันทบุรี
bulletด่านศุลกากรอรัญประเทศ
bulletด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์
bulletด่านศุลกากรมาบตาพุด
bulletด่านศุลกากรฉะเชิงเทรา
dot
ศุลกากรภาคที่ 2
dot
bulletสำนักงานศุลกากรภาคที่ 2
bulletด่านศุลกากรมุกดาหาร
bulletด่านศุลกากรบึงกาฬ
bulletด่านศุลกากรช่องเม็ก
dot
ศุลกากรภาคที่ 3
dot
bulletสำนักงานศุลกากรภาคที่ 3
bulletด่านศุลกากรแม่สาย
bulletด่านศุลกากรท่าอากาศยานเชียงใหม่
bulletด่านศุลกากรลำพูน
bulletด่านศุลกากรแม่สอด
bulletด่านศุลกากรเชียงแสน
bulletด่านศุลกากรเชียงของ
bulletด่านศุลกากรแม่สะเรียง
dot
ศุลกากรภาคที่ 4
dot
bulletสำนักงานศุลกากรภาคที่ 4
bulletด่านศุลกากรสงขลา
bulletด่านศุลกากรปาดังเบซาร์
bulletด่านศุลกากรสุไหงโก-ลก
bulletด่านศุลกากรเบตง
bulletด่านศุลกากรภูเก็ต
bulletด่านศุลกากรกระบี่
bulletด่านศุลกากรสะเดา
dot
การดำเนินงานและพิธีการศุลกากร
dot
bulletพิธีการส่งออก
bulletพิธีการนำเข้า
bulletระบบการผ่านพิธีการ EDI
bulletพิธีการนำเข้ายานพาหนะส่วนบุคคล
bulletพิธีการนำเข้าของเอกสิทธิ์
bulletพิธีการ A.T.A. CARNET
bulletใบสุทธินำกลับ
bulletการชำระภาษีอากร
bulletการทำบัตร SMART CARD
bulletพิธีการศุลกากรไร้เอกสาร
bulletพิธีการนำเข้าของใช้ในบ้านเรือน
bulletพิกัดศุลกากร
bulletระบบราคาแกตต์
bulletกฎหมายสรรพากร
bulletความรู้เบื้องต้นในการประกอบธุรกิจส่งออก
dot
เกาะติดข่าว
dot
bulletผู้จัดการออนไลน์
bulletไทยโพสต์
bulletไทยรัฐ
bulletเนชั่น
bulletมติชน
bulletไทยแลนด์เดลี่
bulletคมชัดลึก
bulletเดลินิวส์
bulletฐานเศรษฐกิจ
bulletกรุงเทพธุรกิจ
bulletเนชั่นสุดสัปดาห์
bulletบางกอกโพสต์
bulletประชาชาติธุรกิจ
bulletข่าวสุขภาพ
bulletสยามสปอร์ต
bulletอ.ส.ม.ท.
bulletthailandsportonline
bulletplanetfootball.com
bulletดูทีวีผ่านเน็ตทั่วโลก
dot
ลิงค์นี้ จำเป็น..
dot


กรมศุลกากร (ต้นสังกัด)
ฐานข้อมูลหน่วยงานของรัฐ
ศูนย์กลางบริการภาครัฐ
ค้นหาด้วย Google


พิกัดศุลกากร

คำชี้แจงเกี่ยวกับพิกัดอัตราศุลกากรพร้อมสถิติ

1. หนังสือพิกัดอัตราศุลกากรฉบับนี้รวบรวมโดยกรมศุลกากรเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ข้าราชการ และพ่อค้าประชาชนในการปฎิบัติจัดเก็บอากรศุลกากรที่เรียกเก็บจากของที่นำเข้าและส่งออก โดยแสดงประเภทสินค้า รายการสินค้าและอัตราอากรและรหัสสถิติ เรียงตามลำดับที่กำหนดไว้ในกฎหมายพิกัดอัตราศุลกากร

2. พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พุทธศักราช 2530 ที่บังคับใช้ตั้งแต่วันที่ มกราคม 2531 นี้ได้ มีการแก้ไขเพิ่มเติมโดยมีกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติม ที่ตราเป็นพระราชบัญญัติและพระราชกำหนดรวม 6 ฉบับและประกาศกระทรวงการคลังดังนี้

  2.1 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 ( ฉบับที่ 1)พุทธศักราช 2537

  2.2 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 ( ฉบับที่ 2) พุทธศักราช 2541

  2.3 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 ( ฉบับที่ 3) พุทธศักราช 2541

  2.4 พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ 2 ) พุทธศักราช 2541

  2.5 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 ( ฉบับที่ 4) พุทธศักราช 2543

  2.6 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 ( ฉบับที่ 5) พุทธศักราช 2543

  2.7 ประกาศกระทรวงการคลัง ที่ ศก. 23/2541 (ฮมน.1) เรื่อง ยกเลิกและแก้ไขเพิ่มเติมพิกัดอัตราอากรขาเข้าในภาคที่ 2 แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530

  2.8 ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่องการยกเลิก เพิ่ม และแก้ไขเพิ่มเติมพิกัดอัตราศุลกากรขาเข้าในภาค 2 แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 ( ฮมน.)

3. หนังสือพิกัดอัตราศุลกากรฉบับนี้ ได้จัดทำขึ้นโดยนำพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ.2530 มาปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมตามกฎหมายที่ได้แก้ไขเพิ่มเติ่มในข้อ 2 ทั้งหมด ส่วนบทบัญญัติของกฎหมายและประกาศกระทรวงการคลังนั้น ได้จัดพิมพ์ไว้ท้ายหนังสือพิกัดอัตราศุลกากรเล่มนี้

4. คำแปลภาษาอังกฤษนั้น มีไว้เพื่อประโยชน์แก่ผู้ไม่รู้ภาษาเท่านั้น

5. ข้อความในช่องต่างๆในภาค 2 (พิกัดอัตราศุลกากรขาเข้า มีความหมายดังต่อไปนี้

  5.1 ประเภท หมายถึง ประเภทพิกัดอัตราศุลกากร มีเลขรหัส 4 ตัว เลข 2 ตัวแรกเป็นเลขลำดับของ"ตอน"และเลข 2 ตัว หลังเป็นเลขลำดับของ"ประเภท"ในตอนนั้น

  5.2 ประเภทย่อย หมายถึง ประเภทพิกัดอัตราศุลกากร ที่แยกย่อยลงไป ส่วนใหญ่มีเลขรหัส ตัว แต่บางประเภทมีเลขรหัส 7 ตัว โดยเลขรหัส 6 ตัว เป็นเลขรหัสสากล ที่ทุกประเภทซึ่งใช้พิกัด ศุลกากรระบบฮาร์โมไนซ์ใช้ตรงกัน การสำแดงประเภทพิกัดในใบขนสินค้าต้องสำแดงเลขรหัสตามประเภทย่อย

  5.3 รหัสสถิติ หมายถึง รหัสสินค้าและรหัสหน่วยสินค้า รหัสสินค้ามีเลข 10 ตัว โดยเลข 7 ตัวแรก ตรงกับรหัสประเภทย่อยตาม 5.2 (ในกรณีที่ประเภทย่อยแสดงเลขรหัส 6 ตัว เลขตัวที่ 7 คือ 0 ) ดังนั้นในช่อง"รหัสสถิติ" จึงแสดงเฉพาะรหัสสินค้า ตัวหลังแล้วต่อท้ายด้วยรหัสหน่วยสินค้า เป็นอักษร ตัว และเครื่องหมาย ***ซึ่งมีคำแปล อยู่ท้ายคำชี้แจงนี้ ในกรณีที่ประเภทหรือประเภทย่อยใดแยกสถิติสินค้ามากกว่าหนึ่งรายการ จะจำแนกรายการตามรหัสสถิติในลำดับถัดจากประเภทหรือประเภทย่อยนั้นๆ ปรากฏตามแถบแรเงาสีเทา

  5.4 รายการ หมายถึง รายการสินค้าตามพิกัดอัตราศุลกากร ข้อความที่ไม่มีเส้นขีดนำหน้า เป็นรายการสินค้าตามประเภทเลขรหัส 4 ตัว ส่วนข้อความที่มีเส้นขีดนำหน้า เป็นรายการสินค้าตามประเภทย่อยซึ่งแบ่งระดับออกเป็น ระดับ 1 (-) ระดับ 2 (- -) และระดับ 3 (- - -) ความหมายของข้อความในประเภทย่อยระดับเหนือขึ้นไป

  5.5 อัตราอากร อัตรา"ตามราคา" หมายถึง อัตราเป็นร้อยละของราคา ซีไอ.เอฟ.และอัตรา"ตามสภาพ" หมายถึงอัตราที่เรียกเก็บตามหน่วยของสินค้า

ถ้าสินค้าประเภทหรือประเภทย่อยใดมีอัตราอากรระบุไว้ทั้งตามราคาและตามสภาพจะต้องชำระอากรศุลกากร ตามอัตรา ที่คำนวณเป็นเงินได้สูงกว่า

การลดหรือยกเว้นอัตราอากรศุลกากรหรือการเรียกเก็บอากรพิเศษตามมาตรา 12 แห่งพระราช กำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ. ศ. 2530 ให้ดูในประกาศกระทรวงการคลัง เรื่องการลดอัตราอากร และการยกเว้นอากรศุลกากรตามมาตรา 12 แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 และประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การกำหนดให้ของ ได้รับยกเว้นจากบทบังคับตามความใน มาตรา 10 แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 การยกเว้นและการลดอัตราอากรตามข้อผูกพันตามสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ ตามมาตรา 14 แห่ง พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 ซึ่งมิได้นำมาแสดงไว้ในหนังสือนี้ให้ดูในประกาศกระทรวงการคลังที่ เกี่ยวข้อง ดังนี้

  (1) ข้อผูกพันตามความตกลงมาร์ราเกซจัดตั้งองการการค้าโลกและความตกลงการค้าพหุภาคี อื่นที่ผนวกท้าย ความตกลงดังกล่าว รวมทั้งพิธีสาร มติ และตราสารอื่นๆ อันเป็นผลจากการ เจรจาการค้าพหุภาคีรอบอุรุกวัย (WTO) ตามประกาศกระทรวงการคลัง (อคล. 9-12)

  (2) ข้อผูกพันตามความตกลงว่าด้วยการค้าสินค้าเทคโนโลยีสารสนเทศ (ITA) ตามประกาศ กระทรวงการคลัง(ทส. 3-4)

  (3) ข้อตกลงตามความผูกพันว่าด้วยการค้าระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาล แห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ตามประกาศกระทรวงการคลัง (ทล. 7-9)

  (4) ข้อผูกพันตามความตกลงว่าด้วยการค้าระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาล แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ตามประกาศกระทรวงการคลัง (ทก.2)

  (5) ข้อผูกพันในการให้สิทธิประโยชน์ด้านอากรตามความตกลงว่าด้วยการใช้มาตราการกำหนด อัตราอากรร่วมเพื่อจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) ตามประกาศกระทรวงการคลัง(อต.20-21)

  (6) ข้อผูกพันตามความตกลงพื้นฐานว่าด้วยโครงการร่วมลงทุนทางอุตสาหกรรมของอาเซียน ภายใต้ความตกลงว่าด้วยการให้สิทธิพิเศษทางการค้าของอาเซียน ตามประกาศกระทรวงการคลัง(รทอ.8)

  (7) มาตราการกระชับการรวมกลุ่มอาเซียนโดยให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร ตามประกาศกระทรวงการคลัง (สห. 1-2 )

6. ความที่เกียวกับพิกัดอัตราศุลกากรในหนังสือนี้เป็นไปตามพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 และกฎหมายพิกัดอัตราศุลกากรที่แก้ไขเพิ่มเติมตามที่ระบุไว้ในข้อ 2 และการ พิจารณาความหมายของถ้อยคำที่เกี่ยวกับพิกัดอัตราศุลกากรต้องพิจารราตามหลักการตีความ พิกัดอัตราศุลกากรประกอบกับคำอธิบายพิกัดอัตราศุลกากรของคณะมนตรีความร่วมมือทาง ศุลกากร

7. นอกจากอากรศุลกากรแล้วผู้นำเข้าและส่งออกจะต้องชำระภาษีมูลค่าเพิ่มตามประมวลรัษฏากร และภาษีสรรพสามิตตามกฎหมายว่าด้วยสรรพสามิต (ถ้ามี)

8. อัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม

  8.1 ให้ใช้อัตราภาษีร้อยละ 7 กับการนำเข้าสินค้า เว้นแต่การนำเข้าที่ได้รับยังเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 81 (2)(ก) -(ง) แห่งประมวลรัษฎากร

  8.2 ให้ใช้อัตราภาษีร้อยละ 0 กับการส่งออกสินค้าที่มิใช่การส่งออกซึ่งได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 81 (3) แห่งประมวลรัษฎากร

9. ข้อความใดๆในหนังสือพิกัดอัตราศุลกากรฉบับนี้ใช้เพื่อการอ้างอิงเท่านั้นโดยไม่ผูกพันกรมศุลกากรแต่ประการใด

คณะกรรมการจัดทำหนังสือ พิกัดอัตราศุลกากรตามคำสั่งกรมศุลกากรที่ 359 /2544

ลงวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2544

กรมศุลกากร

มกราคม 2545

คำย่อและสัญญลักษณ์ที่ใช้ Abbreviations and Symbols

.. =   พระราชกำหนด    Kg =   Kilogram
.คลัง =   ประกาศกระทรวงการคลัง NMF =   Notification of the Ministry of Finance
กก =   กิโลกรัม MT =    Metric ton
ตัน   เมตริกตัน  B =    Baht
=    บาท Art =    Article
ชม =   ชั่วโมง Mn =    Millimetre
มม. =   มิลลิเมตร L =    lite
ลบ.ซม. =   ลูกบาศก์เซนติเมตร  *** =    Statistics codes of chemical products as
*** =   รหัสสถิติสินค้าเคมีภัณฑ์ตามบัญชีแนบท้าย   specified in the schedule annexed herewith

หน่วยที่ใช้ในรหัสสถิติ (Unit Coded )

GRM =   Gram =   กรัม KGM =   Kilo – gram =   กิโลกรัม
C62 =   Piece or unit =   ชิ้น หรือ หน่วย PR =   Pair =    คู่
SET =   Set =   ชุด MTR =   Metre =   เมตร
CMQ =   Cubic centimetre =   ลูกบาศเซนติเมตร MTK =    Square metre =  ตารางเมตร
MTQ =   Cubic metre =   คิวบิกเมตร YDK =    Square yard =   ตารางหลา
LTR =   Litre =   ลิตร KWH =     Kilo watt hour =   กิโลวัตต์ชั่วโมง
CTM =   Carat =   กะรัต TNE =     Metric ton =   เมตริกตัน


พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร
พ.ศ. 2530
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2530
เป็นปีที่ 42 ในรัชกาลปัจจุบัน
 
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากร
          อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 157 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกำหนดขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
 
มาตรา 1 พระราชกำหนดนี้เรียกว่า "พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530"
มาตรา 2 พระราชกำหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา 3 ให้ยกเลิก        
  
  (1) พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2503
(2) พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2504
(3) พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2504
(4) พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2504
(5) พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2505
(6) พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2505
(7) พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2505
(8) พระราชบัญญัติพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2506
(9) พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2506
(10) พระราชบัญญัติพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2506
(11) พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2506
(12) พระราชบัญญัติพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2507
(13) พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2507
(14) พระราชบัญญัติพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2508
(15) พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2508
(16) พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2509
(17) พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2509
(18) พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ 14) พ.ศ. 2510
(19) พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ 15) พ.ศ. 2510
(20) พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ 16) พ.ศ. 2510
(21) พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2511
(22) พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2511
(23) พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ 19) พ.ศ. 2511
(24) พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ 20) พ.ศ. 2511
(25) พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ 21) พ.ศ. 2511
(26) พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ 22) พ.ศ. 2512
(27) พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ 23) พ.ศ. 2513
(28) ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 57 ลงวันที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2515
(29) ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 104 ลงวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2515
(30) ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 172 ลงวันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2515
(31) ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 278 ลงวันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2515
(32) ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 363 ลงวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2515
(33) พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2516
(34) พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ 25) พ.ศ. 2516
(35) พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2517
(36) พระราชบัญญัติพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2517
(37) พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ 27) พ.ศ. 2518
(38) พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2519
(39) พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ 29) พ.ศ. 2520
(40) พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ 30) พ.ศ. 2520
(41) พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ 31) พ.ศ. 2520
(42) พระราชบัญญัติพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2520
(43) พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ 32) พ.ศ. 2520
(44) พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ 33) พ.ศ. 2521
(45) พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ 34) พ.ศ. 2521
(46) พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ 35) พ.ศ. 2521
(47) พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ 36) พ.ศ. 2521
(48) พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ 37) พ.ศ. 2522
(49) พระราชบัญญัติพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2522
(50) พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ 38) พ.ศ. 2522
(51) พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ 39) พ.ศ. 2522
(52) พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ 40) พ.ศ. 2523
(53) พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ 41) พ.ศ. 2524
(54) พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ 42) พ.ศ. 2525
(55) พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ 43) พ.ศ. 2526
(56) พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ 44) พ.ศ. 2527
(57) พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ 45) พ.ศ. 2528


หลักเกณฑ์การตีความ

การจำแนกประเภทของของ ในพิกัดอัตราศุลกากรนี้ให้ถือหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

  หลักเกณฑ์ข้อ 1
 
          ชื่อของหมวด ตอน และตอนย่อย ได้กำหนดขึ้นเพื่อให้สะดวกแก่การอ้างอิงเท่านั้น ตามวัตถุประสงค์ของกฎหมาย การจำแนกประเภทให้จำแนกตามความของประเภทนั้นๆ ตามหมายเหตุของหมวดหรือของตอนที่เกี่ยวข้องและตามข้อกำหนดดังต่อไปนี้ หากว่าประเภทหรือหมายเหตุดังกล่าว ไม่ได้ระบุไว้เป็นอย่างอื่น

  หลักเกณฑ์ข้อ 2
 
(ก) ประเภทที่ระบุถึงของใด ให้หมายรวมถึงของนั้นที่ยังไม่ครบสมบูรณ์หรือยังไม่สำเร็จ หากว่า ในขณะนำเข้ามีลักษณะอันเป็นสาระสำคัญของของที่ครบสมบูรณ์หรือสำเร็จแล้วและให้หมาย- รวมถึงของที่ครบสมบูรณ์หรือสำเร็จแล้ว (หรือที่จำแนกเข้าประเภทของที่ครบสมบูรณ์หรือ สำเร็จแล้วตามนัยแห่งหลักเกณฑ์นี้) ที่นำเข้ามาโดยถอดแยกออกจากกันหรือยังไม่ได้ประกอบ เข้าด้วยกัน

          ของตามวรรคแรก จะนำเข้ามาต่างวาระกันก็ได้ โดยต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ อธิบดีกรมศุลกากรกำหนด

(ข) ประเภทที่ระบุถึงวัตถุหรือสารใด ให้หมายรวมถึงของผสมหรือของรวมที่มีวัตถุหรือสารนั้น รวมอยู่กับวัตถุหรือสารอื่น ความที่ระบุถึงของที่ทำด้วยวัตถุหรือสารใดให้หมายรวมถึงของที่ ประกอบด้วยวัตถุหรือสารนั้นล้วนๆ หรือเพียงบางส่วน การจำแนกประเภทของของที่ประกอบ ด้วยวัตถุหรือสารมากกว่าหนึ่งชนิดขึ้นไป ให้จำแนกตามหลักเกณฑ์ข้อ 3

  หลักเกณฑ์ข้อ 3
 
          ของที่อาจจำแนกประเภทได้ตั้งแต่สองประเภทขึ้นไปตามหลักเกณฑ์ข้อ 2 (ข) หรือตามเหตุผลอื่นใดก็ตาม ให้จำแนกประเภทโดยถือหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(ก) ถ้าประเภทหนึ่งระบุลักษณะของของไว้โดยเฉพาะและประเภทอื่นระบุไว้อย่างกว้างๆ ให้จัด ของนั้นเข้าประเภทที่ระบุไว้โดยเฉพาะ อย่างไรก็ตามเมื่อมีประเภทตั้งแต่สองประเภทขึ้นไปต่างก็ระบุถึงวัตถุหรือสารส่วนหนึ่ง ส่วนใดที่มีอยู่ในของผสมหรือในของรวม หรือระบุถึงของบางชนิดในของที่จัดทำขึ้นเป็นชุด เพื่อการขายปลีก ให้ถือว่าประเภทเหล่านั้นระบุโดยเฉพาะถึงของดังกล่าวเท่าเทียมกัน ถึงแม้ว่าประเภทใดในประเภทต่างๆ เหล่านั้นระบุถึงลักษณะของของได้สมบูรณ์หรือ ตรงกว่าก็ตาม

(ข) ของผสม ของรวม ที่ประกอบด้วยวัตถุต่างชนิดกันหรือทำขึ้นจากองค์ประกอบต่างกัน และของที่จัดทำขึ้นเป็นชุดเพื่อการขายปลีก ซึ่งไม่อาจจำแนกประเภทตามหลักเกณฑ์ ข้อ 3 (ก) ได้ ให้จำแนกประเภทโดยถือเสมือนว่าของนั้นประกอบด้วยวัตถุหรือองค์ประกอบ ที่แสดงลักษณะอันเป็นสาระสำคัญของของนั้นเท่าที่จะใช้หลักนี้ได้

(ค) เมื่อของใดไม่อาจจำแนกประเภทตามหลักเกณฑ์ข้อ 3 (ก) หรือ 3 (ข) ได้ ให้จำแนก เข้าประเภทที่ลำดับไว้หลังสุด ในบรรดาประเภทที่อาจจำแนกเข้าได้โดยเท่าเทียมกัน

  หลักเกณฑ์ข้อ 4
 
          ของซึ่งไม่อาจจำแนกประเภทตามหลักเกณฑ์ข้างต้นได้ ให้จำแนกเข้าประเภทเดียวกันกับของซึ่งใกล้เคียงกับของนั้นมากที่สุด

  หลักเกณฑ์ข้อ 5
 
          นอกจากข้อกำหนดข้างต้นแล้ว หลักเกณฑ์ต่อไปนี้ให้ใช้กับของที่ระบุไว้

(ก) กระเป๋ากล้องถ่ายรูป หีบเครื่องดนตรี กระเป๋าปืน กล่องอุปกรณ์เขียนแบบ กล่องสร้อยคอ และภาชนะบรรจุที่คล้ายกัน ที่ทำรูปทรงหรือขนาดเป็นพิเศษเพื่อบรรจุของหรือชุดของของ โดยเฉพาะ ใช้ได้คงทนและนำเข้ามาด้วยกันกับของที่มีเจตนาใช้ร่วมกันให้จำแนก ตามประเภทของของที่บรรจุ ถ้าตามปกติเป็นชนิดที่ต้องขายพร้อมกัน อย่างไรก็ตาม หลักเกณฑ์นี้ไม่ให้ใช้กับภาชนะบรรจุที่เห็นได้ว่ามีลักษณะอันเป็นสาระสำคัญในตัวเอง

(ข) ภายใต้บังคับของหลักเกณฑ์ข้อ 5 (ก) ข้างต้น วัตถุและภาชนะสำหรับใช้ในการบรรจุที่บรรจุ ของเข้ามา ให้จำแนกเข้าประเภทเดียวกันกับของนั้นถ้าวัตถุและภาชนะนั้นเป็นชนิดที่ ตามปกติใช้สำหรับบรรจุของดังกล่าว อย่างไรก็ตามไม่ให้ใช้ข้อกำหนดนี้เมื่อเห็นได้ชัดว่า วัตถุและภาชนะสำหรับใช้ในการบรรจุนั้นเหมาะสำหรับใช้ซ้ำได้อีก

  หลักเกณฑ์ข้อ 6
 
          ตามวัตถุประสงค์ของกฎหมาย การจำแนกประเภทของของเข้าในประเภทย่อยของประเภทใดประเภทหนึ่ง ให้เป็นไปตามความของประเภทย่อยที่เกี่ยวข้อง และตามหลักเกณฑ์ข้างต้นโดยอนุโลม โดยพิจารณาเปรียบเทียบในระหว่างประเภทย่อย ที่อยู่ในระดับเดียวกัน ตามวัตถุประสงค์ของหลักเกณฑ์นี้ ให้ใช้หมายเหตุของหมวดและของตอนที่เกี่ยวข้องด้วย เว้นแต่จะมีข้อความระบุไว้เป็นอย่างอื่น


  ค้นหาพิกัดอัตราศุลกากร คลิกที่นี่ 

 


พิกัดอัตราอากรขาออก

ประเภท
รายการ
อัตราอากร
ตามราคา
ร้อยละ
ตามสภาพ
หน่วย
หน่วยละ
บาท
1.
ข้าวเจ้า ข้าวเหนียว ไม่ว่าจะเป็นข้าวเปลือก ข้าวขาว ข้าวกล้อง ข้าวนึ่ง ปลายข้าว หรือรำ
10
-
-
2.
เศษโลหะทุกชนิด
50
-
-
3.
หนังโคและหนังกระบือ ไม่ว่าดิบหรือฟอกแล้ว (ไม่รวมถึงเศษตัด เศษและผง ซึ่งไม่สามารถนำไปใช้ในอุตสาหกรรมทำหนังและอุตสาหกรรมผลิตหนัง)
        (ก) หนังดิบ
-
กิโลกรัม
5.00
        (ข) อื่น ๆ
-
กิโลกรัม
4.00
4.
ยางของต้นยางตระกูลฮีเวีย ไม่ว่าจะเป็นยางแผ่น ยางแท่ง เศษยาง ยางก้อน น้ำยาง หรือขี้ยางจากต้นยาง ยางปนดิน หรือปนเปลือกต้นยาง รวมทั้งยางในลักษณะอื่นซึ่งยังอยู่ในสภาพวัตถุดิบ
        (ก) ยางแผ่น ยางแท่ง และเศษของยางดังกล่าว นอกจากที่ระบุไว้ใน (ข) และ (ค)
40
-
-
        (ข) ยางแท่งตามมาตรฐานที่อธิบดีกรมศุลกากรกำหนด
40
-
-
        (ค) ยางแผ่นชนิดเครป และเศษของยางแผ่นชนิดเครป
40
-
-
        (ง) น้ำยางข้น
40
-
-
        (จ) น้ำยางสด
40
-
-
        (ฉ) อื่น ๆ
40
-
-
5.
ไม้ ไม้แปรรูป และของทำด้วยไม้
        (ก) ไม้และไม้แปรรูป
40
-
-
        (ข) ของทำด้วยไม้
                (1) ชนิดที่ไม่เหมาะที่จะนำไปแปรรูปเป็นอย่างอื่น
10
-
-
                (2) อื่น ๆ
20
-
-
6.
เส้นไหมดิบที่ยังมิได้ตีเกลียว และเส้นด้ายที่ทำด้วยไหม ขี้ไหมหรือเศษไหม
-
กิโลกรัม
100.00
7.
ปลาป่นหรือปลาอบแห้งที่ยังมิได้ป่น อันไม่เหมาะสำหรับเป็นอาหาร ของมนุษย์
-
-
8.
ของที่ส่งออกจากพื้นที่พัฒนาร่วมตามกฎหมายว่าด้วยองค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย
        (ก) น้ำมันส่วนที่เป็นกำไรอันเป็นส่วนแบ่งของผู้ได้รับสัญญาตามกฎหมายว่าด้วยองค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย ที่ขายนอกราชอาณาจักรไทยและมาเลเซีย
10
-
-
        (ข) น้ำมันส่วนที่เป็นกำไรอันเป็นส่วนแบ่งของผู้ได้รับสัญญาตามกฎหมายว่าด้วยองค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย ที่เข้าไปในราชอาณาจักรไทยหรือมาเลเซีย
10
-
-
        (ค) ของอื่นๆ นอกจาก (ก) และ (ข) ที่ผลิตในพื้นที่พัฒนาร่วมที่เข้าไปในราชอาณาจักรไทย มาเลเซีย หรือประเทศอื่น
10
-
-
        (ง) ของที่มิได้ผลิตในพื้นที่พัฒนาร่วมที่เข้าไปในราชอาณาจักรไทย มาเลเซีย หรือประเทศอื่น
10
-
-
9.
ของซึ่งมิได้ระบุหรือรวมไว้ในประเภทอื่นใดในพิกัดอัตราอากรขาออกฉบับนี้
ไม่ต้องเสียอากร

 ของที่ได้รับยกเว้นอากร

ประเภทที่
รายการ
1.
ของที่ส่งออก รวมทั้งของที่ส่งกลับออกไป ซึ่งนำกลับเข้ามาภายในหนึ่งปี โดยไม่เปลี่ยนแปลงลักษณะหรือรูปแต่ประการใดและในเวลาที่ส่งออกนั้นได้รับใบสุทธิสำหรับนำกลับเข้ามาแล้ว
หมายเหตุ
อธิบดีกรมศุลกากรมีอำนาจที่จะสั่งให้ได้รับการยกเว้นจากบทบัญญัติที่ว่าด้วยใบสุทธิสำหรับนำกลับเข้ามา หรืออาจอนุญาตให้ขยายกำหนดเวลาออกไปอีกตามความจำเป็นแก่กรณีได้
2.
ของที่นำเข้ามาในประเทศไทยซึ่งได้เสียอากรไว้ครบถ้วนแล้ว และภายหลังส่งกลับออกไปซ่อม ณ ต่างประเทศ หากนำกลับเข้ามาภายในหนึ่งปี หลังจากที่ได้รับใบสุทธิสำหรับนำกลับเข้ามาซึ่งได้ออกให้ในขณะที่ได้ส่งออกแล้ว
หมายเหตุ
 
ก. ของที่ได้รับยกเว้นอากรตามประเภทนี้ให้ได้รับยกเว้นเพียงเท่าราคาหรือปริมาณแห่งของเดิมที่ส่งออกไปเท่านั้น สำหรับราคาหรือปริมาณที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากการซ่อมให้เสียอากรตามพิกัดอัตราอากรของของเดิมที่ส่งออกไปซ่อม โดยคำนวณจากราคาหรือปริมาณที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ไม่รวมค่าใช้จ่ายในการขนส่งและการประกันภัย
ข. อธิบดีกรมศุลกากรมีอำนาจที่จะสั่งให้ได้รับการยกเว้นจากบทบัญญัติที่ว่ด้วยใบสุทธิสำหรับนำกลับเข้ามา หรืออาจอนุญาตให้ขยายกำหนดเวลาออกไปอีกตามความจำเป็นแก่กรณีได้
3.
ของที่กล่าวไว้ข้างล่างนี้ ถ้านำเข้ามาพร้อมกับตนหรือนำเข้ามาเป็นการชั่วคราว และจะส่งกลับออกไปภายในไม่เกินหกเดือนนับตั้งแต่วันที่นำเข้ามา
(ก) ของที่ใช้ในการแสดงละครหรือการแสดงอย่างอื่นที่คล้ายกัน ซึ่งผู้แสดงที่ท่องเที่ยวนำเข้ามา
(ข) เครื่องประกอบและของใช้ในการทดลองหรือการแสดงเพื่อวิทยาศาสตร์หรือการศึกษา ซึ่งบุคคลที่เข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว นำเข้ามาเพื่อจัดการทดลองหรือแสดง
(ค) รถสำหรับเดินบนถนน เรือ และอากาศยาน บรรดาที่เจ้าของนำเข้ามาพร้อมกับตน
(ง) เครื่องถ่ายรูปและเครื่องบันทึกเสียง ซึ่งบุคคลที่เข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว นำเข้ามาเพื่อใช้ถ่ายรูปหรือบันทึกเสียงต่างๆ แต่ฟิล์มและแผ่นสำหรับถ่ายรูปหรือสิ่งที่ใช้บันทึกเสียงซึ่งนำมาใช้ในการนี้ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขและปริมาณที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนด
(จ) อาวุธปืนและกระสุนปืน ซึ่งบุคคลที่เข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวนำเข้ามาพร้อมกับตน
(ฉ) ของที่นำเข้ามาเป็นการชั่วคราว โดยมุ่งหมายจะแสดงในงานสาธารณะที่เปิดให้ประชาชนดูได้ทั่วไป
(ช) ของที่นำเข้ามาเพื่อซ่อม แต่ต้องปฏิบัติภายในเงื่อนไขที่อธิบดีกรมศุลกากรกำหนด
(ซ) ตัวอย่างสินค้า นอกจากที่ระบุไว้ในประเภทที่ 14 ซึ่งบุคคลที่เข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว นำเข้ามาพร้อมตน และมีสภาพซึ่งเมื่อจะส่งกลับออกไปสามารถตรวจได้แน่นอนว่าเป็นของอันเดียวกับที่นำเข้ามาแต่ต้องมีปริมาณหรือค่า ซึ่งเมื่อรวมกันเข้าแล้วไม่เกินกว่าที่จะเห็นได้ว่าเป็นตัวอย่างตามธรรมดา
(ญ) เครื่องมือและสิ่งประกอบ สำหรับงานก่อสร้าง งานพัฒนาการ รวมทั้งกิจการชั่วคราวอย่างอื่น ตามที่อธิบดีกรมศุลกากรจะเห็นสมควร
หมายเหตุ
 
1. ของตามที่กล่าวในประเภทนี้ ผู้นำของเข้าต้องทำสัญญาไว้ต่อกรมศุลกากรว่าจะส่งกลับออกไปภายในกำหนด อธิบดีกรมศุลกากรจะเรียกประกันอย่างใด และเป็นจำนวนเงินเท่าใดก็ได้ตามแต่จะเห็นสมควร และจะคืนเงินหรือให้ถอนหลักประกันที่วางไว้ต่อเมื่อได้ปฏิบัติตามสัญญาโดยครบถ้วนแล้ว

ระยะเวลาหกเดือนตามที่กำหนดไว้นี้ อธิบดีกรมศุลกากรจะขยายกำหนดระยะเวลาออกไปอีกตามความจำเป็นแก่กรณีก็ได้
2. คำว่า “นำเข้ามาพร้อมกับตน” ให้หมายความถึงของที่เข้ามาถึงประเทศไทยไม่เกินหนึ่งเดือนก่อนที่ผู้นำของเข้าเข้ามาถึงหรือไม่เกินหกเดือนนับแต่วันที่ผู้นำของเข้าเข้ามาถึงอธิบดีกรมศุลกากรมีอำนาจขยายกำหนดเวลาที่กล่าวข้างต้นได้เมื่อเห็นว่ามีพฤติการณ์พิเศษ
4.
รางวัลและเหรียญตราที่ทางต่างประเทศมอบให้แก่บุคคลที่อยู่ในราชอาณาจักร เพื่อเป็นเกียรติในความดีเด่นทางศิลปะ วรรณกรรม วิทยาศาสตร์ การกีฬา หรือบริการสาธารณะ หรือเพื่อเป็นเกียรติประวัติในความสำเร็จหรือพฤติกรรมอันเป็นสาธารณประโยชน์

แต่เฉพาะรางวัลนั้นจะต้องอยู่ในดุลพินิจของอธิบดีกรมศุลกากรที่จะพึงพิจารณา ตามแต่จะเห็นสมควรอีกส่วนหนึ่งด้วย
5.
ของส่วนตัวที่เจ้าของนำเข้ามาพร้อมกับตนสำหรับใช้เองหรือใช้ในวิชาชีพและมีจำนวนพอสมควรแก่ฐานะ เว้นแต่รถยนต์ อาวุธปืนและกระสุนปืน และเสบียง แต่สุรา บุหรี่ ซิการ์ หรือยาเส้น ซึ่งเป็นของส่วนตัวที่ผู้เดินทางนำเข้ามาพร้อมกับตนนั้น อธิบดีกรมศุลกากรอาจออกข้อกำหนดยกเว้นอากรให้ได้ตามที่เห็นสมควรเป็นแห่งๆ ไป แต่ต้องไม่เกินปริมาณดังนี้
(ก) บุหรี่สองร้อยมวน หรือซิการ์หรือยาเส้นอย่างละสองร้อยห้าสิบกรัม หรือหลายชนิดรวมกันมีน้ำหนักทั้งหมดสองร้อยห้าสิบกรัม แต่ทั้งนี้บุหรี่ต้องไม่เกินสองร้อยมวน
(ข) สุราหนึ่งลิตร
6.
ของใช้ในบ้านเรือนที่ใช้แล้ว ที่เจ้าของนำเข้ามาพร้อมกับตนเนื่องในการย้ายภูมิลำเนา และมีจำนวนพอสมควรแก่ฐานะ
หมายเหตุ
ของส่วนตัวและของใช้ในบ้านเรือนตามประเภทที่ 5 และ 6 นั้น จะต้องนำเข้ามาถึงประเทศไทยไม่เกินหนึ่งเดือนก่อนที่ผู้นำของเข้า เข้ามาถึงหรือไม่เกินหกเดือนนับแต่วันที่ผู้นำของเข้าเข้ามาถึงอธิบดีกรมศุลกากรมีอำนาจขยายกำหนดเวลาที่กล่าวข้างต้นได้เมื่อเห็นว่ามีพฤติการณ์พิเศษ
7.
ส่วนประกอบและอุปกรณ์ประกอบของอากาศยานหรือเรือ รวมทั้งวัสดุที่นำเข้ามาเพื่อใช้ซ่อมหรือสร้างอากาศยานหรือเรือ หรือส่วนของอากาศยานหรือเรือดังกล่าว
หมายเหตุ
การยกเว้นอากรรวมทั้งของที่ได้รับยกเว้นอากรตามประเภทนี้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมศุลกากรกำหนด ด้วยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
8.
น้ำมันเชื้อเพลิง น้ำมันหยอดเครื่อง และสิ่งที่ใช้ในการหล่อลื่นที่เติมในอากาศยาน หรือในเรือที่มีขนาดเกินกว่าห้าร้อยตันกรอสส์ ซึ่งศุลกากรได้ปล่อยให้ไปต่างประเทศแล้ว
หมายเหตุ
อธิบดีกรมศุลกากรมีอำนาจในอันที่จะทำให้บทยกเว้นนี้บังเกิดผล โดยวิธีคืนเงินอากรที่ได้ชำระแล้วให้แก่ผู้นำของเข้าในเมื่อได้พิสูจน์ให้เป็นที่พอใจว่าของดังกล่าวได้จำหน่ายหรือใช้ไปเพื่อการนี้
9.
พืชผลที่ผู้มีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทยปลูกในเกาะดอนและที่ชายตลิ่งแม่น้ำซึ่งกั้นเขตแดนประเทศไทย
10.
ของที่ได้รับเอกสิทธิ์ ตามข้อผูกพันที่ประเทศไทยมีอยู่ต่อองค์การสหประชาชาติ หรือตามกฎหมายระหว่างประเทศ หรือตามสัญญากับนานาประเทศ หรือทางการทูตซึ่งได้ปฏิบัติต่อกันโดยอัธยาศัยไมตรี
11.
นอกจากรถยนต์ตามประเภทที่ 8703.10 8703.21 8703.222 8703.229 8703.232 8703.239 8703.242 8703.249 8703.312 8703.319 8703.322 8703.329 8703.332 8703.339 8703.90 8704.211 8704.311 และ 8704.901 ในภาค 2 ของที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมศุลกากรกำหนดด้วยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังว่าเป็นของที่นำเข้ามาหรือส่งออกไปเพื่อบริจาคเป็นการสาธารณกุศลแก่ประชาชนโดยผ่านส่วนราชการหรือองค์การสาธารณกุศล หรือเป็นของที่นำเข้ามาเพื่อให้แก่ส่วนราชการหรือองค์การสาธารณกุศล
หมายเหตุ
คำว่า “ส่วนราชการ” หมายความว่า ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานอื่นของรัฐ แต่ไม่รวมถึงรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ
12.
ของที่นำเข้าโดยทางไปรษณีย์ ซึ่งแต่ละหีบห่อมีราคาไม่เกินห้าร้อยบาท
13.
ยุทธภัณฑ์ที่ใช้ในทางราชการ
14.
ตัวอย่างสินค้าทิ่ใช้ได้แต่เพียงเป็นตัวอย่างและไม่มีราคาในทางการค้า
15.
ภาชนะบรรจุของชนิดที่ใช้บรรจุของเพื่อความสะดวกหรือความปลอดภัย ใน การขนส่งระหว่างประเทศ ที่เรียกว่า “คอนเทนเนอร์” ซึ่งนำเข้าและจะส่งกลับออกไป ไม่ว่าจะโดยมีของบรรจุอยู่หรือไม่ ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมศุลกากรกำหนด
16.
ของที่นำเข้ามาสำหรับคนพิการใช้โดยเฉพาะ หรือใช้ในการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมศุลกากรกำหนด ด้วยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
หมายเหตุ
คำว่า “คนพิการ” และ “การฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ” ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ
17.
ของที่พิสูจน์ให้เป็นที่พอใจของอธิบดีกรมศุลกากรหรือผู้ซึ่งอธิบดีกรมศุลกากรมอบหมายว่าเป็นของที่จำเป็นต้องนำเข้ามาเพื่อใช้ในการประชุมระหว่างประเทศ และมีปริมาณพอสมควรแก่การนั้น ทั้งนี้ผู้นำของเข้าจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมศุลกากรหรือผู้ซึ่งอธิบดีกรมศุลกากรมอบหมายกำหนด
18.
ของส่งออกซึ่งพิสูจน์ให้เป็นที่พอใจอธิบดีกรมศุลกากรว่าเป็นของที่ได้นำเข้ามาไม่เกินสองปี และยังมิได้เปลี่ยนแปลงลักษณะหรือรูปแต่ประการใด







Copyright © 2010 All Rights Reserved.