ReadyPlanet.com
dot dot
dot
หน่วยงานศุลกากรในส่วนกลาง
dot
bulletกรมศุลกากร (ต้นสังกัด)
dot
ศุลกากรภาคที่ 1
dot
bulletสำนักงานศุลกากรภาคที่ 1
bulletด่านศุลกากรจันทบุรี
bulletด่านศุลกากรอรัญประเทศ
bulletด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์
bulletด่านศุลกากรมาบตาพุด
bulletด่านศุลกากรฉะเชิงเทรา
dot
ศุลกากรภาคที่ 2
dot
bulletสำนักงานศุลกากรภาคที่ 2
bulletด่านศุลกากรมุกดาหาร
bulletด่านศุลกากรบึงกาฬ
bulletด่านศุลกากรช่องเม็ก
dot
ศุลกากรภาคที่ 3
dot
bulletสำนักงานศุลกากรภาคที่ 3
bulletด่านศุลกากรแม่สาย
bulletด่านศุลกากรท่าอากาศยานเชียงใหม่
bulletด่านศุลกากรลำพูน
bulletด่านศุลกากรแม่สอด
bulletด่านศุลกากรเชียงแสน
bulletด่านศุลกากรเชียงของ
bulletด่านศุลกากรแม่สะเรียง
dot
ศุลกากรภาคที่ 4
dot
bulletสำนักงานศุลกากรภาคที่ 4
bulletด่านศุลกากรสงขลา
bulletด่านศุลกากรปาดังเบซาร์
bulletด่านศุลกากรสุไหงโก-ลก
bulletด่านศุลกากรเบตง
bulletด่านศุลกากรภูเก็ต
bulletด่านศุลกากรกระบี่
bulletด่านศุลกากรสะเดา
dot
การดำเนินงานและพิธีการศุลกากร
dot
bulletพิธีการส่งออก
bulletพิธีการนำเข้า
bulletระบบการผ่านพิธีการ EDI
bulletพิธีการนำเข้ายานพาหนะส่วนบุคคล
bulletพิธีการนำเข้าของเอกสิทธิ์
bulletพิธีการ A.T.A. CARNET
bulletใบสุทธินำกลับ
bulletการชำระภาษีอากร
bulletการทำบัตร SMART CARD
bulletพิธีการศุลกากรไร้เอกสาร
bulletพิธีการนำเข้าของใช้ในบ้านเรือน
bulletพิกัดศุลกากร
bulletระบบราคาแกตต์
bulletกฎหมายสรรพากร
bulletความรู้เบื้องต้นในการประกอบธุรกิจส่งออก
dot
เกาะติดข่าว
dot
bulletผู้จัดการออนไลน์
bulletไทยโพสต์
bulletไทยรัฐ
bulletเนชั่น
bulletมติชน
bulletไทยแลนด์เดลี่
bulletคมชัดลึก
bulletเดลินิวส์
bulletฐานเศรษฐกิจ
bulletกรุงเทพธุรกิจ
bulletเนชั่นสุดสัปดาห์
bulletบางกอกโพสต์
bulletประชาชาติธุรกิจ
bulletข่าวสุขภาพ
bulletสยามสปอร์ต
bulletอ.ส.ม.ท.
bulletthailandsportonline
bulletplanetfootball.com
bulletดูทีวีผ่านเน็ตทั่วโลก
dot
ลิงค์นี้ จำเป็น..
dot


กรมศุลกากร (ต้นสังกัด)
ฐานข้อมูลหน่วยงานของรัฐ
ศูนย์กลางบริการภาครัฐ
ค้นหาด้วย Google


ระบบราคาแกตต์

คำว่า “ราคาศุลกากร” หรือ “ราคา” แห่งของอย่างใดนั้น ในกรณีของนำเข้า หมายถึง ราคาของสินค้านำเข้าเพื่อใช้เป็นฐานในการประเมินภาษีอากร ปัจจุบันประเทศไทยใช้ราคาศุลกากรที่เรียกว่า “ระบบราคาแกตต์ (GATT Valuation)” ขององค์การศุลกากรโลก (World Trade Organization: WTO) ในการกำหนดราคาสินค้าขาเข้าสำหรับการคำนาณค่าภาษีอากร ปกติการกำหนดราคาศุลกากรจะอยู่บนพื้นฐานของราคาซื้อขายของที่นำเข้าซึ่งเป็นราคาที่ผู้ซื้อจ่ายหรือพึงจ่ายจริงให้กับผู้ขายในต่างประเทศ อย่างไรก็ดี ราคาซื้อขายของที่นำเข้านั้น จะอยู่ภายใต้เงื่อนไขบางประการ เช่น การซื้อขายผู้ซื้อกับผู้ขายต้องไม่มีความสัมพันธ์กัน หรือการซื้อขายนั้นต้องไม่มีเงื่อนไขอย่างอื่นอีก


1. วิธีการกำหนดราคาศุลกากร  

         การกำหนดราคาศุลกากรตามหลักการของแกตต์มี 6 วิธี ดังนี้

  วิธีที่ 1 ราคาซื้อขายของที่นำเข้า หมายถึงราคาซื้อขายที่ผู้ซื้อสินค้าได้ชำระจริงหรือที่จะต้องชำระให้กับผู้ขายในต่างประเทศสำหรับของที่นำ เข้า ซึ่งได้มีการปรับราคาหรือได้นำมูลค่าหรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ไปรวมด้วย เช่น ค่าวัสดุเสริม ค่านายหน้า หรือค่าสิทธิ เป็นต้น

วิธีที่ 2 ราคาซื้อขายของที่เหมือนกัน หมายถึงราคาซื้อขายของที่เหมือนกันทุกอย่าง เช่น ลักษณะทางกายภาพ คุณภาพและชื่อเสียง ซึ่งผลิตในประเทศเดียวกันและเป็นผู้ผลิตเดียวกันกับของที่กำลังประเมินราคา

วิธีที่ 3 ราคาซื้อขายของที่คล้ายกัน หมายถึงราคาซื้อขายของที่คล้ายกันกับของที่กำลังประเมินราคา เช่น วัสดุ ส่วนประกอบ และลักษณะ ทางกายภาพต่าง ๆ สามารถทำหน้าที่ได้เหมือนกันและแลกเปลี่ยนระหว่างกันในทางการค้าได้กับของที่กำลังประเมินราคา นอกจากนี้ยัง ต้องผลิตในประเทศเดียวกันและเป็นผู้ผลิตเดียวกันกับของที่กำลังประเมินราคา

วิธีที่ 4 ราคาหักทอน หมายถึงราคาที่กำหนดขึ้นโดยใช้ราคาสินค้าที่กำลังประเมิน หรือสินค้าที่เหมือนหรือคล้ายคลึงกันที่จำหน่ายอยู่ใน ประเทศไทย โดยหักทอนค่าใช้จ่ายบางส่วนออกไป เช่น ค่านายหน้า ค่าขนส่ง ค่าประกันภัย ค่าภาษีอากรในประเทศไทย มูลค่าเพิ่มของสินค้าที่เกิดขึ้นจากการประกอบหรือผ่านกระบวนการเพิ่มเติม

วิธีที่ 5 ราคาคำนวณ หมายถึงราคาที่กำหนดขึ้นตามต้นทุนการผลิตของสินค้าที่กำลังประเมินราคาบวกกับกำไรและค่าใช้จ่ายทั่วไปที่รวมอยู่
ตามปกติในการขายจากประเทศส่งออกมายังประเทศไทย

วิธีที่ 6 ราคาย้อนกลับ หมายถึง การกำหนดราคาโดยใช้วิธียืดหยุ่นของวิธีใด ๆ ก็ตามจากวิธีที่ 1-5 เพื่อให้สามารถกำหนดราคาสินค้าได้

          การกำหนดราคาศุลกากรจะกำหนดตามวิธีที่ 1 วิธีที่ 2 และวิธีที่ 3 ตามลำดับ หากไม่อาจกำหนดราคาศุลกากรตามวิธีดังกล่าวได้ ให้กำหนดราคาศุลกากรตามวิธีที่ 4 หรือเมื่อยังไม่อาจกำหนดตามวิธีที่ 4 ได้อีก จะกำหนดราคาศุลกากรตามวิธีที่ 5 และวิธีที่ 6 ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม ผู้นำเข้าสามารถขอให้กรมศุลกากรสลับลำดับการใช้วิธีที่ 5 และวิธีที่ 4 ได้หากหน่วยงานประเมินอากรเห็นชอบตามคำร้องของผู้นำเข้า

2. การกำหนดราคาศุลกากรตามวิธีที่ 1 ราคาซื้อขายของที่นำเข้า

            การกำหนดราคาศุลกากรตามวิธีที่ 1 ราคาซื้อขายของที่นำเข้าจะต้องเป็นราคาที่ได้ชำระจริงหรือที่จะต้องชำระสำหรับของที่นำเข้าเมื่อได้มีการขายเพื่อส่งออกมายังราชอาณาจักร โดยต้องมีการปรับราคาตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
 

2.1 ค่าใช้จ่ายหรือรายได้ที่ต้องนำมาบวกเข้าไปกับราคาซื้อขายของที่นำเข้าในการกำหนดราคาศุลกากรตามวิธีที่ 1
 
(1) ค่าสิทธิและค่าธรรมเนียมใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องกับของที่นำเข้าไม่ว่า โดยทางตรงหรือทางอ้อมอันเป็นเงื่อนไขในการขายของนั้น

(2) รายได้ซึ่งผู้ขายได้รับจากการที่ผู้ซื้อนำของที่นำเข้าไปใช้ หรือขายต่อไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม

(3) ค่าประกันภัยค่าขนส่งของที่นำเข้ามายังท่าหรือที่ที่นำของเข้า ค่าขนของลง ค่าขนของขึ้นและค่าจัดการต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการขนส่ง ของที่นำเข้ามายังท่าหรือที่ที่นำของเข้า

(4) ในกรณีผู้ซื้อเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายหรือมูลค่าตามรายการดังต่อไปนี้ให้นำค่าใช้จ่ายหรือมูลค่านั้นรวมไว้ในราคาซื้อขายของที่นำเข้าด้วย

           ค่าธรรมเนียมหรือค่าบำเหน็จตัวแทนและนายหน้า แต่ไม่รวมค่าธรรมเนียมหรือ ค่าบำเหน็จตัวแทนเนื่องจากการซื้อ
           ค่าภาชนะบรรจุที่ถือเป็นส่วนหนึ่งของของที่นำเข้าตามความมุ่งหมายในการจัดเก็บอากร
           ค่าวัสดุและค่าแรงงานในการบรรจุหีบห่อของที่นำเข้า

(5) ในกรณีที่ผู้ซื้อเป็นผู้จัดหาวัสดุ อุปกรณ์หรือบริการดังต่อไปนี้ เพื่อใช้ในการผลิตและการขายเพื่อส่งออกของที่นำเข้า ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ให้นำมูลค่าของวัสดุ อุปกรณ์หรือบริการดังกล่าวมารวมไว้ในราคาซื้อขายของที่นำเข้าด้วย

           วัสดุ ส่วนประกอบ ชิ้นส่วนหรือสิ่งอื่นที่คล้ายคลึงกัน ที่รวมอยู่ในของที่นำเข้า
           เครื่องมือ แม่พิมพ์ แบบพิมพ์ หรือสิ่งอื่นที่คล้ายคลึงกัน ที่ใช้ในการผลิตของที่นำเข้า
           วัสดุที่ใช้สิ้นเปลืองไปในการผลิตของที่นำเข้า
           การให้บริการด้านวิศวกรรม พัฒนาการ งานศิลป์ การออกแบบ แบบแปลน และภาพร่าง ที่กระทำขึ้นนอกราชอาณาจักรและเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการผลิตของที่นำเข้า

2.2 ค่าใช้จ่ายที่ต้องนำมาหักออกจากราคาซื้อขายของที่นำเข้าในการกำหนดราคาศุลกากรตามวิธีที่ 1
 
(1) ค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง ติดตั้ง ประกอบ บำรุงรักษา หรือการให้ความช่วยเหลือด้านวิชาการที่กระทำขึ้นภายหลังจากการนำเข้าของนั้น
(2) ค่าขนส่งภายหลังจากการนำเข้าสำเร็จแล้ว
(3) ค่าอากรและภาษีเนื่องจากการนำเข้า

        ค่าใช้จ่าย รายได้ หรือมูลค่าของวัสดุ อุปกรณ์หรือบริการ ที่จะรวมเข้าไว้ในราคาซื้อขายของที่นำเข้า และค่าใช้จ่ายที่จะนำมาหักออกจากราคาซื้อขายของที่นำเข้า จะต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่เป็นจริงและคำนวณเป็นมูลค่าได้เท่านั้น

2.3 ราคาซื้อขายของที่จะนำเข้าที่ใช้ในการกำหนดราคาศุลกากรต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขดังต่อไปนี้
 
(1) ผู้ซื้อจะต้องไม่ถูกจำกัดในการจำหน่ายหรือการใช้ของนั้น เว้นแต่จะเป็นข้อจำกัดที่

           กำหนดขึ้นโดยบทบัญญัติของกฎหมายหรือโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ เช่น ห้ามขายของแก่ผู้เยาว์ ให้ตรวจสอบหรือทดสอบก่อนใช้ของ หรือให้มีสลากหีบห่อตามที่กำหนดไว้ เป็นต้น 

           เป็นการห้ามของที่นำเข้านั้นไปขายต่อในสถานที่หรือพื้นที่บางแห่งเช่นผู้ขายกำหนดให้ผู้ซื้อขายของนั้นเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเท่านั้น เป็นต้น

           ไม่มีผลกระทบอย่างมากต่อราคาของของที่นำเข้า เช่น กรณีผู้ขายกำหนดห้ามผู้ซื้อแสดง หรือ ขายรถยนต์ก่อนวันเริ่มต้นรุ่นปีของรถยนต์นั้น

           การขายหรือราคาขายต้องไม่ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขหรือสิ่งตอบแทนบางประการที่มิอาจกำหนดเป็นมูลค่าได้เช่นผู้ซื้อจะต้องซื้อของอย่างอื่นจากผู้ขายตามจำนวนที่ระบุไว้ด้วยผู้ซื้อจะต้องขายของอย่างอื่นให้กับผู้ขายด้วย หรือ ผู้ซื้อจะต้องส่งของสำเร็จรูปให้กับผู้ขายวัตถุดิบหรือวัตถุดิบกึ่งสำเร็จรูปที่ใช้ในการผลิตด้วย เป็นต้น

(2) ผู้ขายต้องไม่ได้รับรายได้จากการที่ผู้ซื้อนำของที่นำเข้าไปใช้หรือขายต่อในภายหลัง ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม เว้นแต่จะเป็นกรณีที่อาจนำมารวมไว้ในราคาได้ตามข้อ 2.1

(3) ผู้ซื้อต้องไม่มีความสัมพันธ์กับผู้ขาย เว้นแต่ความสัมพันธ์ดังกล่าวจะไม่มีผลต่อราคาซื้อขายของที่นำเข้า

อย่างไรก็ตาม ของนำเข้าดังตัวอย่างต่อไปนี้ ไม่ถือว่าเป็นการขาย และไม่สามารถกำหนดราคาศุลกากรโดยวิธีที่ 1

           ของขวัญ ของตัวอย่าง ของส่งเสริมการขายที่ให้มาโดยไม่คิดราคา
           ของฝากขาย
           ของที่นำเข้ามาโดยสำนักงานสาขาที่เป็นนิติบุคคลเดียวกัน
           ของที่นำเข้ามาภายใต้สัญญาให้เช่า ให้ยืม
           ของนำเข้าเพื่อทำลาย โดยผู้นำของเข้าได้รับค่าบริการ
           ของที่นำเข้ามาโดยคนกลาง

3.
การกำหนดราคาศุลกากรวิธีที่ 2 ราคาซื้อขายของที่เหมือนกัน

           กรมศุลกากรจะกำหนดราคาศุลกากรวิธีที่ 2 คือราคาซื้อขายของที่เหมือนกัน หากไม่อาจกำหนดราคาศุลกากรตามวิธีที่ 1 ได้ ทั้งนี้ ราคาซื้อขายของที่เหมือนกันที่ใช้ในการกำหนดราคาศุลกากรจะเป็นราคาซื้อขายของที่มีลักษณะเหมือนกันทุกด้านกับของที่นำเข้าไม่ว่าจะเป็นทางกายภาพคุณภาพและชื่อเสียงและต้องผลิตขึ้นในประเทศเดียวกันกับของที่นำเข้าด้วยโดยให้คำนึงถึงค่าประกันภัยค่าขนส่งของ มายังท่าหรือที่ที่นำของเข้า ค่าขนของลง ค่าขนของขึ้น และค่าจัดการต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการขนส่งของมายังท่าหรือที่ที่นำของเข้าด้วย ตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
 
3.1 เป็นราคาซื้อขายของที่เหมือนกันที่ได้ขายเพื่อส่งออกมายังราชอาณาจักรและได้ส่งออกในเวลาเดียวกันหรือใกล้เคียงกันกับของที่นำเข้าคำว่า“ส่งออกในเวลาเดียวกันหรือในเวลาใกล้เคียงกัน” หมายถึง การส่งออกภายในระยะเวลา 30 วัน ก่อนหรือหลังการส่งออกของของที่นำเข้า และในการตรวจสอบวันส่งออก ให้ใช้วันที่ที่ออกใบตราส่งสินค้าเป็นเกณฑ์

3.2 เป็นราคาซื้อขายของที่นำเข้าที่เคยรับเป็นราคาศุลกากรมาแล้ว

3.3 เป็นราคาซื้อขายในระดับการค้าและปริมาณเดียวกันกับของที่นำเข้า

        (1) การขายในระดับการค้าเดียวกัน หมายถึง การค้าส่ง การค้าปลีก ฯลฯ หากของที่นำเข้าเป็นการขายส่ง ของที่เหมือนกันจะต้องเป็นการขายส่งเช่นเดียวกัน หากของที่นำเข้าเป็นการขายปลีก ของที่เหมือนกันก็จะต้องเป็นการขายปลีกเช่นเดียวกัน

        (2) การขายในระดับปริมาณเดียวกัน หมายถึง การขายในปริมาณที่ใกล้เคียงกันตามปกติวิสัยของการซื้อขายสินค้าในกลุ่มหรือชนิดเดียวกัน

3.4 ไม่เป็นราคาซื้อขายของที่รวมหรือประกอบด้วยมูลค่าการให้บริการด้านวิศวกรรม พัฒนาการ งานศิลป์ งานออกแบบ แบบแปลนและภาพร่าง ที่ได้กระทำขึ้นในราชอาณาจักร

3.5 ในกรณีที่ไม่มีราคาซื้อขายของที่เหมือนกันตาม 3.3 ให้นำราคาซื้อขายของที่เหมือนกันที่ได้ขายในระดับการค้าเดียวกับของที่นำเข้าแต่ปริมาณต่างกัน หรือปริมาณเดียวกับของที่นำเข้าแต่ระดับการค้าต่างกัน หรือระดับการค้าและปริมาณแตกต่างกับของที่นำเข้า ซึ่งได้เคยรับเป็นราคาศุลกากรมาแล้ว มาปรับราคา โดยคำนึงถึงความแตกต่างในเรื่องระดับการค้าหรือปริมาณ ค่าประกันภัย ค่าขนส่งของที่นำเข้ามายังท่าหรือที่ที่นำของเข้า ค่าขนของลง ค่าขนขนขึ้น และค่าจัดการต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการขนส่งของมายังท่าหรือที่ที่นำของเข้า ทั้งนี้ โดยอาศัยพื้นฐานจากหลักฐานที่ผู้นำของเข้านำมาแสดง เช่น

                 ของที่นำเข้าส่งออกจากประเทศสิงคโปร์ ของที่เหมือนกันส่งออก จากประเทศสหรัฐอเมริกา จะต้องปรับราคาสำหรับความแตกต่างด้านระยะทาง
                 ของที่นำเข้าส่งออกจากประเทศสหรัฐอเมริกาด้านตะวันตก ของที่เหมือนกันส่งออกจากประเทศสหรัฐอเมริกาด้านตะวันออก จะต้องปรับราคาสำหรับความแตกต่างด้านระยะทาง
                 ของที่นำเข้าส่งออกจากประเทศญี่ปุ่นโดยทางอากาศยาน ของที่เหมือนกันส่งออกจากประเทศญี่ปุ่นโดยทางเรือ จะต้องปรับราคาสำหรับวิธีขนส่งที่แตกต่างกัน

3.6 ถ้าราคาซื้อขายของที่เหมือนกันมีมากกว่าหนึ่งราคา ให้ใช้ราคาซื้อขายของที่เหมือนกันที่มีราคาต่ำสุด ซึ่งผลิตโดยผู้ผลิตรายเดียวกัน และเวลาที่ส่งออก ระดับการค้า ปริมาณ เงื่อนไขในการชำระเงินและการส่งมอบ วิธีการขนส่ง และการดำเนินการอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายใกล้เคียงกับของที่นำเข้าตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีประกาศกำหนด

4.
การกำหนดราคาศุลกากรวิธีที่ 3 ราคาซื้อขายของที่คล้ายกัน

           หากไม่อาจกำหนดราคาศุลกากรตามวิธีที่ 1 และวิธีที่ 2 ให้กำหนดราคาศุลกากรโดยวิธีที่ 3 คือ ราคาซื้อขายของที่คล้ายกันทั้งนี้ราคาซื้อขายของที่คล้ายกันที่ใช้ในการกำหนดราคาศุลกากรจะต้องเป็นราคาซื้อขายของที่ไม่เหมือนกันทุกด้านกับของที่นำเข้า แต่มีลักษณะหรือใช้วัสดุที่เป็นส่วนประกอบเหมือนกัน ผลิตในประเทศเดียวกัน และทำหน้าที่อย่างเดียวกันหรือทดแทนกันได้ในทางการค้า ทั้งนี้ โดยพิจารณาถึงคุณภาพ ชื่อเสียง และเครื่องหมายการค้าของของที่นำเข้ากับของนั้นด้วย โดยใช้หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการใช้ราคาซื้อขายของที่เหมือนกันมาใช้กับการใช้ราคาซื้อขายของที่คล้ายกันเพื่อกำหนดราคาศุลกากร ดังนี้
 
4.1 กรมศุลกากรจะพิจารณากำหนดราคาจากราคาซื้อขายของที่คล้ายกันที่เคยรับราคาไว้เป็นราคาศุลกากรแล้วตามวิธีที่ 1 โดยที่ข้อมูลราคาซื้อขายของที่คล้ายกันนั้นอาจเป็นข้อมูลที่ศุลกากรมีอยู่แล้ว หรือเป็นข้อมูลที่ได้จากผู้นำของเข้า

4.2 ตรวจสอบว่าราคาซื้อขายของที่คล้ายกันตามข้อ 4.1 ได้ส่งออกมายังราชอาณาจักรในเวลาเดียวกันหรือภายในระยะเวลา 30 วันก่อนหรือหลังการส่งออกมายังราชอาณาจักรของของที่นำเข้า และเป็นการขายในระดับการค้าและระดับปริมาณเดียวกันกับของที่นำเข้าหรือไม่

        (1) กรณีที่เป็นการขายในระดับการค้า และระดับปริมาณเดียวกันกับของที่นำเข้า ให้ใช้ราคาซื้อขายของที่คล้ายกันนั้นเป็นราคาศุลกากรสำหรับของที่นำเข้า

        (2) กรณีที่เป็นการขายในระดับการค้าและ/หรือระดับปริมาณแตกต่างกันmให้ปรับราคาก่อนแล้วจึงนำมากำหนดเป็นราคาศุลกากรสำหรับของที่นำเข้า ตามแต่กรณีดังต่อไปนี้
                 การขายในระดับการค้าเดียวกันแต่ในปริมาณต่างกัน ให้ปรับราคาเฉพาะด้านปริมาณ
                 การขายในระดับการค้าต่างกันแต่ในปริมาณเดียวกันอย่างเห็นได้ชัด ให้ปรับราคาเฉพาะด้านระดับการค้า
                 การขายในระดับการค้าต่างกันและในปริมาณที่ต่างกัน ให้ปรับราคาทั้งด้าน ระดับ การค้าและระดับปริมาณ

4.3 การใช้ราคาตามข้อ 4.2 จะต้องปรับราคาในส่วนที่เกี่ยวกับค่าประกันภัย ค่าขนส่งของที่นำเข้ามายังท่าหรือที่ที่นำของเข้า ค่าขนของลง ค่าขนของขึ้น และค่าจัดการต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการขนส่งของมายังท่าหรือที่ที่นำของเข้า

4.4 ในกรณีที่พบว่ามีราคาซื้อขายของที่คล้ายกันมากกว่า 1 ราคา ให้กำหนดราคาศุลกากรจากราคาซื้อขายของที่คล้ายกันที่มีรายละเอียดของธุรกรรมที่ใกล้เคียงกันกับของที่นำเข้า เช่น ผู้ผลิต เวลาที่ส่งออก ระดับการค้า ปริมาณ เงื่อนไขในการชำระเงิน เงื่อนไขการส่งมอบ วิธีการขนส่ง และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมซื้อขาย หากพบว่ามีราคาซื้อขายของที่คล้ายกันที่มีรายละเอียดธุรกรรมเป็นอย่างเดียวกันมากกว่า 1 ราคา ให้นำราคาที่ต่ำที่สุดมากำหนดเป็นราคาศุลกากรสำหรับของที่นำเข้า

5.
การกำหนดราคาศุลกากรวิธีที่ 4 ราคาหักทอน

           หากไม่อาจกำหนดราคาศุลกากรตามวิธีที่ 1 วิธีที่ 2 และวิธีที่ 3 กรมศุลกากรจะกำหนดราคาศุลกากรโดยวิธีที่ 4 ราคาหักทอน เว้นแต่ผู้นำเข้าจะยื่นคำร้องต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรให้กำหนดราคาศุลกากรโดยใช้ราคาคำนวณก่อนราคาหักทอนและพนักงานเจ้าหน้าที่เห็นชอบกับคำร้องดังกล่าวแล้ว หลักเกณฑ์ในการกำหนดราคาศุลกากรโดยใช้ราคาหักทอน มีดังนี้

  5.1 ค่าใช้จ่ายที่ต้องนำมาหักออจากกับราคาซื้อขายต่อหน่วยของของที่นำเข้าที่ได้ขายไปในราชอาณาจักรในสภาพเดียวกับที่นำเข้า

        (1) ค่าธรรมเนียมหรือค่าบำเหน็จตัวแทนที่ได้จ่ายหรือตกลงว่าจะจ่าย หรือกำไรและค่าใช้จ่ายทั่วไปตามปกติที่เกี่ยวเนื่องกับการขายของนั้นในราชอาณาจักรอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยเทียบเคียงกับของประเภทหรือชนิดเดียวกัน

        (2) ค่าประกัน ภัยค่าขนส่งและค่าใช้จ่ายต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งของนั้นที่เกิดขึ้นในราชอาณาจักร

        (3) ค่าอากรและภาษีอื่น ๆ ที่ต้องชำระในราชอาณาจักร เนื่องจากการนำเข้าหรือการขายของนั้น

5.2 ในกรณีที่ไม่มีราคาซื้อขายต่อหน่วยของของที่นำเข้าตามข้อ 5.1 ให้ใช้ราคาซื้อขายต่อหน่วยของของที่เหมือนกันหรือของที่คล้ายกัน ตามลำดับ ที่ได้ขายไปในราชอาณาจักรในสภาพเดียวกับที่นำเข้าโดยหักค่าใช้จ่ายตาม (1) (2) และ (3) ใน 5.1 ออกจากราคาซื้อขายต่อหน่วยของของที่เหมือนกันหรือของที่คล้ายกันแล้วแต่กรณี

5.3 ราคาซื้อขายต่อหน่วยของของที่นำเข้าตาม 5.1 หรือของที่เหมือนกันหรือของที่คล้ายกันตาม 5.2 จะต้องเป็นราคาที่ได้ขายไปในปริมาณรวมที่มากที่สุดในเวลาเดียวกันหรือใกล้เคียงกันกับการนำเข้าของที่นำเข้า ในกรณีที่ไม่มีราคาที่ได้ขายในเวลาดังกล่าว ให้ใช้ราคาที่ได้ขายไปในปริมาณรวมที่มากที่สุดในวันแรกที่ได้มีการขายของที่นำเข้า ของที่เหมือนกันหรือของที่คล้ายกันดังกล่าว ซึ่งต้องไม่เกิน 90 วันหลังจากการนำเข้าของนั้น

5.4 การใช้ราคาหักทอนตามข้อ 5.3 ผู้ซื้อต้องไม่มีความสัมพันธ์กับผู้ขายในราชอาณาจักร และไม่เป็นผู้จัดหาวัสดุ อุปกรณ์หรือบริการให้แก่ผู้ขายเพื่อส่งออกมายังราชอาณาจักร

5.5 ในกรณีที่ไม่มีการขายของที่นำเข้า ของที่เหมือนกันหรือของที่คล้ายกันตามข้อ 5.1 ผู้นำเข้าสามารถขอให้ใช้ราคาซื้อขายต่อหน่วยของของที่นำเข้าที่ได้นำไปผ่านกรรมวิธี เพิ่มเติม โดยให้หักทอนมูลค่าที่เพิ่มขึ้นจากการนำไปผ่านกรรมวิธีเพิ่มเติมดังกล่าว และค่าใช้จ่ายต่างๆ ตามข้อ 5.1 ออกจากราคาซื้อขายของของนั้น ทั้งนี้ราคาซื้อขายต่อหน่วยของของที่นำเข้าตามข้อนี้จะต้องเป็นราคาที่ได้จากการขายของนั้นไปในปริมาณรวมมากที่สุด โดยผู้ซื้อต้องไม่มีความสัมพันธ์กับผู้ขาย

 6.
การกำหนดราคาศุลกากรวิธีที่ 5 ราคาคำนวณ

           หากไม่อาจกำหนดราคาศุลกากรตามวิธีที่ 1 วิธีที่ 2 วิธีที่ 3 และวิธีที่ 4 ให้กำหนดราคาศุลกากรโดยวิธีที่ 5 ราคาคำนวณ โดยมีหลักเกณฑ์การกำหนดราคา คือ ราคาคำนวณที่ใช้ในการกำหนดราคาศุลกากรจะต้องประกอบด้วยผลรวมของรายการดังต่อไปนี้
 
  6.1 ต้นทุนหรือมูลค่าของวัสดุและการจัดทำหรือกรรมวิธีใดๆ ที่ใช้ในการผลิตของที่นำเข้า ซึ่งหมายความรวมถึง ต้นทุนวัตถุดิบ วัตถุดิบกึ่งสำเร็จรูป ส่วนประกอบ หรือชิ้นส่วน รวมทั้งต้นทุนในการจัดหาวัตถุดิบจากแหล่งผู้ผลิตมายังโรงงานอุตสาหกรรมแต่ไม่รวมถึงเศษหรือของเสียที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อีก (RECOVERABLE SCRAP OR WASTE) และไม่รวมค่าภาษีอากรภายในประเทศผู้ผลิตสำหรับวัตถุดิบที่มีการคืนค่าภาษีอากรเพื่อการส่งออก ทั้งนี้ ต้นทุนในการจัดทำให้รวมถึง ต้นทุนทางตรง ได้แก่ ค่าแรงงาน ต้นทุนในการประกอบ เครื่องจักรในการผลิต และต้นทุนทางอ้อม ได้แก่ ที่ปรึกษาโรงงาน การบำรุงรักษา ค่าล่วงเวลา ฯลฯ

6.2 กำไรและค่าใช้จ่ายทั่วไปที่เกิดขึ้นจากการขายของประเภทหรือชนิดเดียวกันกับของที่นำเข้า โดยผู้ผลิตรายอื่นๆ เพื่อส่งออกมายังราชอาณาจักร

6.3 ค่าภาชนะบรรจุที่ถือเป็นส่วนหนึ่งของของที่นำเข้า

6.4 ค่าวัสดุและค่าแรงงานในการบรรจุหีบห่อของที่นำเข้า

6.5 มูลค่าของวัสดุและอุปกรณ์ตามที่กำหนดในข้อ 2.1 (5)

6.6 ค่าประกันภัย ค่าขนส่งของที่นำเข้ามายังท่าหรือที่ที่นำของเข้า ค่าขนของลง ค่าขนของขึ้น และค่าจัดการต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการขนส่งของที่นำเข้ามายังท่าหรือที่ที่นำของเข้า

6.7 มูลค่าของการให้บริการด้านวิศวกรรม พัฒนาการ งานศิลป์ การออกแบบ แบบแปลนและภาพร่าง ที่จำเป็นต้องใช้ในการผลิตของที่นำเข้า ที่ได้กระทำขึ้นในราชอาณาจักรโดยคิดมูลค่าของการให้บริการดังกล่าวจากผู้ผลิต (ถ้ามี)

 7.
การกำหนดราคาศุลกากรวิธีที่ 6 ราคาย้อนกลับ

        หากไม่อาจกำหนดราคาศุลกากรตามวิธีที่ 1 วิธีที่ 2 วิธีที่ 3 วิธีที่ 4 และวิธีที่ 5 ให้กำหนดราคาศุลกากรโดยวิธีที่ 6 ราคาย้อนกลับ โดมีหลักเกณฑ์ในการกำหนดราคา ดังนี้

  7.1 กรมศุลกากรจะพิจารณาราคาจากราคาศุลกากรที่เคยรับไว้แล้วก่อนหน้านี้

7.2 กำหนดราคาของนำเข้าโดยใช้วิธีที่ 1 ถึงวิธีที่ 5 อย่างผ่อนปรนและสมเหตุสมผล

7.3 กรณีที่ไม่สามารถกำหนดราคาศุลกากรตามข้อ 7.2 ราคาศุลกากรอาจกำหนดโดยวิธีอื่นที่สมเหตุสมผล โดยที่วิธีการดังกล่าวจะต้องไม่เป็นข้อห้ามของวิธีย้อนกลับและจะต้องสอดคล้องกับหลักการที่บัญญัติไว้ในความตกลงว่าด้วยการนำมาตรา 7 ของความตกลงทั่วไปว่าด้วยภาษีศุลกากรและการค้า 1994 มาถือปฏิบัติ และมาตรา 7 ของความตกลงทั่วไปว่าด้วยภาษีศุลกากรและการค้า 1994

7.4 การกำหนดราคาศุลกากรโดยวิธีย้อนกลับยังสามารถผ่อนปรนหลักเกณฑ์ได้อีก ดังเช่น
        (1) ขยายเวลาตามที่กำหนดในแต่ละวิธีออกไปครั้งละ 30 วัน แต่รวมแล้วไม่เกิน 1 ปี
        (2) ของที่เหมือนกัน ของที่คล้ายกัน ที่ผลิตจากประเทศอื่น
        (3) ราคาขายปลีกนำมาใช้เป็นฐานในวิธีหักทอน โดยการหักค่าใช้จ่ายอย่างเหมาะสม
        (4) ข้อมูลต้นทุน มูลค่าวัสดุ และการจัดทำที่หาได้จากประเทศอื่นที่มิใช่ประเทศส่งออก นำมาใช้เป็นฐานในวิธีคำนวณ
        (5) โครงสร้างของราคาซึ่งประกอบด้วย วัตถุดิบ หรือส่วนประกอบรวมกำไรและค่าใช้จ่าย
        (6) มูลค่าที่เท่าเทียมกับมูลค่าอันแท้จริงของของที่นำเข้าที่มีอยู่ หรือสามารถสืบค้นได้
        (7) ราคาที่กำหนดโดยผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการ หรือคณะกรรมการ

7.5 การกำหนดราคาศุลกากร กรมศุลกากรจะไม่กำหนดจาก
        (1) ราคาขายของของที่ผลิตและขายในราชอาณาจักร
        (2) ระบบราคาที่กำหนดให้รับราคาสูงกว่าจากสองราคาที่ให้เลือก
        (3) ราคาของของที่ขายในตลาดภายในประเทศที่ส่งออกของที่จะกำหนดราคาศุลกากร
        (4) ต้นทุนของการผลิตนอกเหนือจากรายการที่ใช้ในการคำนวณราคาคำนวณ ตามวิธีที่ 5 สำหรับของที่เหมือนกันหรือของที่คล้ายกัน
        (5) ราคาของของที่นำเข้าที่ได้ขาย เพื่อส่งออกไปยังประเทศอื่นที่มิใช่ราชอาณาจักร
        (6) ราคาศุลกากรขั้นต่ำ หรือ
        (7) ราคาที่กำหนดขึ้นตามอำเภอใจหรือที่ไม่เป็นจริง
 8. ข้อควรทราบในการสำแดงราคาศุลกากร

         ผู้นำเข้าควรตรวจสอบว่า ราคาสินค้านำเข้าที่ท่านสำแดงต่อศุลกากรเป็นไปที่กำหนดไว้ในระบบราคาแกตต์หรือไม่ โดยตอบคำถามแนวทางการประเมินราคาแกตต์สำหรับผู้นำเข้า (การตรวจสอบว่าราคาสินค้าว่าเป็นไปตามราคาแกตต์หรือไม่) ดังต่อไปนี้

คำถามทั่วไป: ท่านทราบหรือท่านมีวิธีการที่น่าเชื่อถือเพียงใดในการสำแดง “ราคาที่ชำระจริงหรือที่พึงต้องชำระ” ของสินค้า หรือท่านทราบเงื่อนไขการขายสินค้าหรือไม่ เช่น ในการขายนั้น ๆ มีส่วนลดการขาย พันธะการขาย ค่าใช้จ่ายทางอ้อม หรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอื่น ๆ หรือไม่ ในการขายนั้น ๆ มีการชำระค่าวัสดุเสริม ค่านายหน้าหรือค่าสิทธิหรือไม่ หรือราคาสินค้าเป็นราคาที่ถูกต้องเป็นจริงหรือเป็นราคาโดยประมาณ หรือท่านและผู้จัดหาสินค้ามีความสัมพันธ์กันหรือไม่
  8.1 ท่านได้เตรียมหรือมีวิธีการที่น่าเชื่อถือเพียงใดในการสำแดงราคาสินค้าต่อศุลกากรตามกฎกระทรวงฉบับที่ 132 พ.ศ. 2543 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 2 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2543

8.2 ท่านได้รับ “คำวินิจฉัย” ศุลกากรเกี่ยวกับการประเมินราคาสินค้าหรือไม่ หากได้รับ ท่านมีวิธีการที่น่าเชื่อถือเพียงใดที่ทำให้แน่ใจว่าท่านได้ปฏิบัติตามคำวินิจฉัยนั้นและแจ้งให้ศุลกากรทราบ

8.3 ท่านได้ศึกษากฎหมายและระเบียบการประเมินราคาศุลกากร สารานุกรมการประเมินราคาศุลกากร (Customs Valuation Encyclopedia) สิ่งพิมพ์ศุลกากรที่แจ้งข้อควรปฏิบัติในการประเมินราคา คดีในศาล และคำวินิจฉัยศุลกากรต่าง ๆ เพื่อช่วยท่านในการประเมินราคาสินค้าหรือไม่

8.4 ท่านได้หารือกับ “ผู้เชี่ยวชาญ” ศุลกากร (เช่น ทนายความ เจ้าหน้าที่บัญชี ผู้ชำนาญการศุลกากร ที่ปรึกษาศุลกากร) เพื่อช่วยท่านในการประเมินราคาสินค้าหรือไม่

8.5 หากท่านซื้อสินค้าจากผู้ขายที่มีความสัมพันธ์กัน ท่านมีวิธีการที่จะทำให้มั่นใจได้หรือไม่ว่า ท่านได้รายงานข้อเท็จจริงนี้ในการนำเข้า พร้อมทั้งหามาตรการหรือวิธีการที่น่าเชื่อถือที่จะทำให้มั่นใจว่าราคาที่ได้สำแดงต่อศุลกากรเป็นไปตามข้อทดสอบ “ผู้มีความสัมพันธ์กัน”

8.6 ท่านมีมาตรการหรือวิธีการที่น่าเชื่อถือเพียงใดที่จะทำให้มั่นใจว่า ท่านได้รายงานต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับสินค้านำเข้าตามกฎหมายทั้งหมดต่อศุลกากร (เช่น ค่าวัสดุเสริม ค่านายหน้าทั้งหมด ค่าใช้จ่ายทางอ้มหรือส่วนลด ค่าสิทธิ ฯลฯ)

8.7 หากท่านสำแดงราคาที่ซื้อขายจริง (Transaction Value) ซึ่งท่านไม่ใช่ผู้ซื้อ ท่านได้แสดงหลักฐานว่าการซื้อขายนั้นเป็นการซื้อขายโดยสุจริตและสินค้านั้นมีปลายทางการขายอยู่ที่ประเทศไทยหรือไม่

8.8 ท่านมีแผนการหรือวิธีการที่น่าเชื่อถือในการแสดงเอกสารการนำเข้าและข้อมูลสนับสนุนอื่น ๆ ที่ศุลกากรต้องการหรือไม่

 9. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

         กรณีผู้นำเข้ามีปัญหาหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับการกำหนดราคาศุลกากรตามระบบราคาแกตต์ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากสำนักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากรที่นำเข้าทุกแห่ง







Copyright © 2010 All Rights Reserved.